ในช่วงยามเย็นของทุกวัน ภายหลังเลิกเรียน เด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่างรวมกลุ่มกันใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการออกไปใส่กับดักหนูตามป่าท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรและป่าละเมาะที่มีหนูป่าชุกชุม สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายตามแบบชนบทภาคเหนือที่ยังคงสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

เด็กๆ จะเริ่มออกใส่กับดักในช่วงเวลาประมาณ 17.00–18.30 น. โดยใช้อุปกรณ์พื้นบ้าน เช่น กับดักสปริงและกับดักลวด วางตามทางเดินหนูและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ใช้เหยื่อเป็นข้าวสาร ข้าวโพด หรือมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายภายในชุมชน ใช้เวลาวางกับดักเฉลี่ยประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่เลือกวาง หลังจากนั้นจะเว้นระยะเวลาไว้ประมาณก่อนออกไปเก็บกับดักในช่วงดึกๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หนูติดกับดักนานเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อ และคำนึงถึงสุขอนามัยเป็นสำคัญ เมื่อได้หนูที่ติดกับดักแล้ว เด็กๆ จะนำกลับมาที่บ้านเพื่อทำความสะอาดและชำแหละอย่างพิถีพิถัน แยกเนื้อและเครื่องใน ล้างด้วยน้ำสะอาดผสมเกลือหลายครั้ง ก่อนนำไปปรุงอาหาร

เมนูพื้นบ้านที่นิยม ได้แก่ หนูป่าคั่วเครื่องเทศ แกงอ่อมหนู และหนูย่างสมุนไพร ซึ่งถือเป็นอาหารพื้นถิ่นที่คนในชุมชนคุ้นเคย บางส่วนถูกนำมาประกอบอาหารบริโภคภายในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และบางส่วนนำไปแบ่งขายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ สร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเรียน เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แต่ยังช่วยปลูกฝังทักษะชีวิต ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการพึ่งพาตนเองให้กับเด็กและเยาวชน อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณหนูที่สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ถือเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และเป็นอีกหนึ่งบทเรียนชีวิตที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นจริงจากการลงมือทำในชีวิตประจำวัน
ภาพ-ข่าว ปัณณวิชญ์ อยู่ดี จ.พะเยา