ที่วัดศรีมหาโพธิ ตำบลโรงช้าง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง นาย ทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ประสานเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ นายอำเภอป่าโมก ผอ.ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี นายก อบต.โรงช้าง วัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง เพื่อติดตามการปรับพื้นที่รอบหอฉัน ที่มีอายุราว 60 – 70 ปี ปรากฏชื่อ “ ไตรมิตรอุปถัมภ์ ” ของวัด ซึ่งมีศิลปะปูนปั้นและได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป นั่นคือ “ ครุฑถลาลม ” หรือ “ ครุฑเหินเวหา ” ประดิษฐานอยู่


ซึ่งทางเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ ได้ประสานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ซึ่งจะมีการทำความสะอาดลานโดยรอบหอฉัน บนหอฉัน เพื่อจะเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้งานออก และจะปรับพื้นที่ให้ประชาชนขึ้นไปกราบสักการะพระพุทธรูป และชมความงามของหอฉันได้ ซึ่งจะเปิดให้ชมความสวยงามอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกยน 2569 เป็นต้นไป


ด้าน พระครูวิบูล โพธารังการ เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ และเจ้าคณะตำบลบางเสด็จ เปิดเผยว่า ครุฑถลาลมหรือครุฑเหินเวหาดังกล่าวมีมานานแล้ว ตามข้อมูลทราบว่า มีมาตั้งแต่สมัยอดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน ต่อมาภายหลังมีการบูรณะวัด แต่ตัวอาคารหอฉันที่มีครุฑเหินเวหายังไม่ได้บูรณะ อายุราว 60 – 70 ปี ยังไม่เคยปรากฏครุฑในลักษณะดังกล่าวที่ใด เท่าที่ทราบมีเพียงแห่งเดียวในไทยอยู่ที่วัดศรีมหาโพธิ ตำบลโรงช้าง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง


สำหรับพื้นที่โซนวัดศรีมหาโพธิ ตำบลโรงช้าง อำเภอป่าโมก เป็นชุมชนสมัยอยุธยาตอนปลายต่อกรุงรัตนโกสินทร์ มักจะมีศาสนสถานและสิ่งปลูกสร้างในบางแห่งให้ได้เห็น เช่น เจดีย์เก่า หลังวัดศรีมหาโพธิ ที่บริเวณฐานจะมีลายกระจังปูนปั้นสมัยอยุธยา

นอกจากนี้ ยังมีวิหารที่สร้างมาพร้อมวัดอีก 1 หลัง ซึ่งอยู่ด้านท้ายวัด ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ได้รับการบูรณะ 2 ครั้ง ครั้งแรกปี 2473 และอีกครั้ง ปี 2558
ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง