จากกรณีประเด็นดราม่าที่มีคุณแม่ ป่วยเป็นโรคสโตรกพร้อมลูกน้อยสามคน เป็นหญิง 2 รายและชาย 1 ราย หอบหิ้วข้าวของเดินทางมาขอพบกับทางด้าน นางสาวพรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ “ผอ.ฟ้า” ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี เพื่อขอความช่วยเหลือหลังประสบปัญหาป่วยอย่างหนักและไม่มีงานทำจนเป็นประเด็นดราม่าในโซเชียลอยู่ในขณะนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ พิพิธภัณฑ์อนุรักษ์พุทธศิลป์มรดกไทย มรดกธรรม สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าเยี่ยมชมภายในพิพิธภัณฑ์กันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมี อดีตนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ ยุค 90 อาทิ นายพลกฤษณ์ จักรสุวรรณ ผู้รับบท “วีรเทพ” จากละครดังเรื่อง เกราะเพชรเจ็ดสี (2538) ทางช่อง 7 และนายฆธาวุธ ปิ่นทอง อดีตพระเอกละครพื้นบ้านช่อง 7 ที่มาร่วมช่วยงานจิตอาสาภายในพิพิธภัณฑ์อนุรักษ์พุทธศิลป์มรดกไทย มรดกธรรม สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี อีกด้วย


โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนางสาวบี (นามสมมุติ) ซึ่งป่วยเป็นโรคสโตรกมีอาการแขนขาอ่อนแรงอัมพาตครึ่งซีก และเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสามคนที่ได้รับความช่วยเหลือจาก นางสาวพรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ “ผอ.ฟ้า” ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี นำทั้งครอบครัวมาอุปการะ โดยนางสาวบีเปิดเผยเรื่องราวชีวิตสุดลำบาก ด้วยน้ำตาว่าหลังป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก จนร่างกายซีกหนึ่งได้รับผลกระทบ ไม่สามารถใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ขาดรายได้สำหรับเลี้ยงดูลูกทั้ง 3 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพขายของและใช้ชีวิตอยู่กับลูกตามปกติ โดยไม่เคยมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงมาก่อน จนกระทั่งหลังตนเองย้ายบ้านหลังใหม่ ตนนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงและทรงตัวไม่อยู่ จึงต้องเข้ารับการรักษา ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแม้จะได้รับการรักษาจนออกจากโรงพยาบาล แต่ร่างกายยังไม่พร้อมกลับไปทำงาน ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ ขณะที่ตนเองต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกทั้ง 3 คนเพียงลำพัง ซึ่งแพทย์เคยนัดให้เข้ารับการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง แต่ตนเองด้วยฐานะที่ยากลำบาก แม้แต่ค่าใช้จ่ายครั้งละ 30 บาทก็กลายเป็นภาระสำคัญ เพราะเงินทุกบาทต้องเก็บไว้ซื้ออาหารและดูแลลูก ตนเองจึงตัดสินใจหยุดไปทำกายภาพบำบัด เนื่องจากมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวสามารถนำไปซื้อไข่เป็นอาหารให้ลูกได้ และเมื่อตนเองไม่มีรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัวเริ่มเข้าขั้นวิกฤต เจ้าของบ้านที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นจึงแนะนำให้ตนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเทศบาลและสายด่วน 1300 แต่ได้รับแจ้งว่าต้องรอคิวประมาณ 1-2 เดือน ขณะที่สถานการณ์ในเวลานั้นไม่สามารถรอได้ เพราะครอบครัวแทบไม่มีข้าวสารเหลือสำหรับหุงให้ลูกกิน


แม้จะมีอาสาสมัครสาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือตนเบื้องต้น แต่ตนเองยังรู้สึกว่าการเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการประเมินและรอคิวตามลำดับ ทั้งที่ครอบครัวกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ตนจึงติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิกระจกเงา ก่อนมีผู้ประสานงานติดต่อไปยัง ผอ.ฟ้า ซึ่งได้โทรศัพท์กลับมาพูดคุยและรับทราบสถานการณ์ของครอบครัว เมื่อทราบว่ามีตนเองที่กำลังเจ็บป่วยและเด็กอีก 3 คนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร จึงเร่งให้ความช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอเป็นเวลานาน ภายหลังจากได้เข้ามาอยู่ในสถานที่ที่ได้รับความช่วยเหลือ ตนเองก็มีความเป็นอยู่และลูกทั้ง 3 คนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เด็ก ๆ มีอาหารรับประทานครบ 3 มื้อ ไม่ต้องอดทนกับความหิวเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งก่อนหน้าตนเองมีช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างสะเทือนใจและอยากลำบาก บางครั้งตนต้องให้ลูกดื่มน้ำก่อนกินข้าว และดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อให้รู้สึกอิ่ม เพราะมีอาหารไม่เพียงพอสำหรับทุกมื้อ อีกทั้งยังต้องกังวลอยู่เสมอว่า เมื่อข้าวสารหมดแล้วจะหาอาหารจากที่ไหนมาเลี้ยงลูกในวันถัดไป เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผอ.ฟ้า เด็ก ๆ ได้กินอาหารที่ไม่เคยได้กินมานาน รวมถึงไก่ทอดและขนม ทำให้พวกเขาดีใจอย่างมาก โดยไม่ต้องคอยถามแม่ด้วยความกังวลว่าจะกินได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกลัวอาหารไม่เพียงพอสำหรับทุกคน

สำหรับสิ่งที่ตนเองร้องขอจากผู้ให้ความช่วยเหลือ มีเพียงการดูแลให้ครอบครัวตนทั้ง 4 คนได้อยู่ด้วยกัน ไม่ต้องแยกจากลูก พร้อมทั้งขอให้ลูกได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และหากเจ็บป่วยก็ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ส่วนตัวเธอเองตั้งใจว่าจะพยายามฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น เพื่อกลับมาดูแลลูกและประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนเดิม และหลังจากได้รับความช่วยเหลือ ปัญหาที่ตนเองเคยต้องแบกรับหลายด้านเริ่มคลี่คลายลง เหลือสิ่งสำคัญที่ต้องมุ่งมั่นแก้ไขคือการฟื้นฟูสุขภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถกลับมาดูแลลูกทั้ง 3 คนได้อีกครั้ง เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของครอบครัวที่ต้องเผชิญวิกฤตด้านสุขภาพและรายได้ และความสำคัญของการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้แม่และลูกได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีคุณภาพอีกครั้ง

ส่วนทางด้าน นางสาวพรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ “ผอ.ฟ้า” ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี กล่าว่ากรณีให้ความช่วยเหลือครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 3 คน หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากครอบครัวประสบปัญหาความเป็นอยู่และขาดแคลนอาหารอย่างหนัก โดยผู้เป็นแม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวได้ตามปกติ ซึ่งครอบครัวดังกล่าวเคยติดต่อขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ กระทั่งได้รับหมายเลขโทรศัพท์และติดต่อมายังทีมงานของตน โดยหลังจากได้รับแจ้งเรื่อง จึงติดต่อกลับไปสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พร้อมขอคลิปวิดีโอเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ก่อนที่ตนเองจะพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สำหรับแนวทางช่วยเหลือหลังจากนี้ ตนเองจะเร่งดำเนินการเรื่องการศึกษาของเด็กทั้ง 3 คน โดยประสานโรงเรียนเพื่อให้เด็กได้กลับเข้าเรียนตามวัย พร้อมพาแม่และลูกเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาอาการอัมพฤกษ์หรือโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนเด็กที่มีภาวะขาดสารอาหารจะได้รับการดูแลและฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม นอกจากนี้หากในอนาคตผู้เป็นแม่มีอาการดีขึ้นและสามารถทำงานได้ ตนเองจะสนับสนุนให้มีอาชีพและรายได้ เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ โดยยังคงให้ลูกทั้ง 3 คนได้รับการศึกษาและได้อยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่อง
ภาพ-ข่าว ตรงจุดเกิดเหตุ NEWS