ที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู ซิ่นใช่ตึ๋ง หรือโรงพระตลาดใต้ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา มีการประกอบพิธีอิ้วเก้ง หรือพิธีแห่พระรอบเมือง เนื่องในวันขึ้น 6 ค่ำ ของประเพณีถือศีลกินผัก ประจำปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่และคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมารอชมขบวนแห่จำนวนมาก รวมถึงบรรดาช่างภาพไทยเทศ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ต่างเดินทางมาเฝ้ารอหามุมที่จะได้ภาพเด็ดๆ


โดยไฮไลต์สำคัญอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อกวนอู ซิ่นใช่ตึ๋ง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของพิธีแห่พระเมืองเก่าตะกั่วป่าในทุกปี ชาวบ้านต่างนำประทัดมาจุดและโยนเข้าใส่ขบวนแห่เกี้ยวอย่างต่อเนื่อง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันเป็นเวลานานเป่วโมง บรรยากาศเต็มไปด้วยควันและเสียงประทัด จนมองดูคล้ายฉากสนามรบในภาพยนตร์สงคราม โดยคาดว่ามีการใช้ประทัดรวมกันมากกว่า 1 ล้านนัด

ขณะที่คนหามเกี้ยวต่างออกแรงโยกเกี้ยวไปมาตามจังหวะอย่างเข้มขลัง ท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังไม่ขาดสาย ถือเป็นภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีถือศีลกินผักเมืองเก่าตะกั่วป่า ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในพิธีกรรมสำคัญที่ประชาชนรอคอยทุกปี เมื่อเสียงประทัดค่อย ๆ สงบลง พบว่าคนหามเกี้ยวมีคราบเขม่าดินประสิวและร่องรอยจากเศษประทัดติดตามร่างกาย ขณะที่พื้นถนนตลอดเส้นทางแห่พระถูกปกคลุมด้วยเปลือกประทัดสีแดงจนกลายเป็นพรมสีแดงขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการร่วมสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของเมืองตะกั่วป่า

พิธีอิ้วเก้ง หรือพิธีแห่พระรอบเมือง ซึ่งเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่สำคัญในประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งมีการจัดขบวนแห่เปรียบเหมือนเป็นการเสด็จออกประพาสเพื่อโปรดสัตว์หรือทำนองออกเยี่ยมราษฎรของพระมหากษัตริย์ในโบราณ โดยมีบรรดาเหล่าม้าทรงของเทพเจ้าจีน ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงหลายร้อยคน ร่วมแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการทรมานร่างกาย โดยการใช้อุปกรณ์นานาชนิด และหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของมีคมทิ่มแทงไปตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเชื่อว่าเป็นการรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผักตามความเชื่อมาแต่โบราณ

โดยตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่พระผ่าน มีการตั้งโต๊ะน้ำชาและผลไม้มงคลรับขบวนพระหน้าบ้าน และมีเด็กๆจนถึงผู้เฒ่าร่วมกันจุดประทัดโยนใส่เกี้ยวที่ประทับขององค์เทพเจ้าที่มีผู้ชายที่ถือศีลกินผักสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันหามตลอดเส้นทางโดยมีวิธีการหามแบบโยกกันแบบเอกลักษณ์ของชาวตะกั่วป่า ตามความเชื่อผู้ที่หามเกี้ยวเป็นผู้รับใชองค์เทพ จะพบกับความเป็นสิริมงคล ซึ่งคนที่หามเกี้ยวนั้นจะมีตั้งแต่คนธรรมดาจนถึงเศรษฐีเมืองตะกั่วป่าที่มาร่วมหามเกี้ยวกันทุกปี