ที่บริเวณคันกั้นน้ำบริเวณเชิงสะพานป่าโมก ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ฝ่ายปกครองอำเภอป่าโมก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลป่าโมก และชาวบ้าน เร่งช่วยกันกรอกทรายเสริมแนวคันริมผนังกั้นน้ำ และเสริมคันดินบริเวณจุดเสี่ยงที่พังทลายเมื่อปีที่ผ่านมา หลังเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,400 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันไดและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังช่วงน้ำหลากปีที่ผ่านมา ปล่อยปริมาณ 2,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้คันดินป้องกันน้ำเจ้าพระยาได้พังทะลายลงมา ทำให้น้ำไหลเอ่อท่วมตลาดและถนนสาย 33 ป่าโมก – สุพรรณบุรี ด้านชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าว บอกไม่กังวลชินแล้ว ส่วน นาย แอ๊ด วัย 50 ปี ชาวบ้านบริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มกังวลหลังคันดินพังทลายซ้ำรอยปีที่ผ่านมา
ทางด้าน นาย ปิตุพงษ์ เทพวีระพงศ์ นายอำเภอป่าโมก เปิดเผยว่า จุดบริเวณใต้สะพานป่าโมก ถือเป็นจุดเสี่ยง เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุแนวคันกั้นน้ำแตก ส่งผลให้น้ำไหลเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทางจังหวัดอ่างทอง จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเร่งเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำบริเวณดังกล่าว สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ มีทั้งการ ฝังเข็มเสริมแนวคันดิน และนำถุงบิ๊กแบ็คมาวางเสริม เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของแนวป้องกัน และลดความเสี่ยงจากกระแสน้ำกัดเซาะ โดยเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดอ่างทอง ขอแจ้งให้ประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ว่าในวันนี้ 1 ต.ค. 69 เวลา 13.00 น. เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,400 ลบ.ม./วินาที คาดว่าน้ำจะถึงจังหวัดอ่างทอง เวลาประมาณ 06.00 – 08.00 น. ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569
ริมน้ำเจ้าพระยา เขตจังหวัดอ่างทอง ประกอบด้วย อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอเมือง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน ประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอโพธิ์ทอง ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน ประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร จึงขอแจ้งเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชน เตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป
@chaijexu อ่างทอง เร่งเสริมจุดเสี่ยงบริเวณเชิงสะพานป่าโมก หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มแบบขั้นบันได ที่บริเวณคันกั้นน้ำบริเวณเชิงสะพานป่าโมก ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ฝ่ายปกครองอำเภอป่าโมก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลป่าโมก และชาวบ้าน เร่งช่วยกันกรอกทรายเสริมแนวคันริมผนังกั้นน้ำ และเสริมคันดินบริเวณจุดเสี่ยงที่พังทลายเมื่อปีที่ผ่านมา หลังเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,400 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันไดและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังช่วงน้ำหลากปีที่ผ่านมา ปล่อยปริมาณ 2,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้คันดินป้องกันน้ำเจ้าพระยาได้พังทะลายลงมา ทำให้น้ำไหลเอ่อท่วมตลาดและถนนสาย 33 ป่าโมก – สุพรรณบุรี ด้านชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าว บอกไม่กังวลชินแล้ว ส่วน นาย แอ๊ด วัย 50 ปี ชาวบ้านบริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มกังวลหลังคันดินพังทลายซ้ำรอยปีที่ผ่านมา ทางด้าน นาย ปิตุพงษ์ เทพวีระพงศ์ นายอำเภอป่าโมก เปิดเผยว่า จุดบริเวณใต้สะพานป่าโมก ถือเป็นจุดเสี่ยง เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุแนวคันกั้นน้ำแตก ส่งผลให้น้ำไหลเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทางจังหวัดอ่างทอง จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเร่งเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำบริเวณดังกล่าว สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ มีทั้งการ ฝังเข็มเสริมแนวคันดิน และนำถุงบิ๊กแบ็คมาวางเสริม เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของแนวป้องกัน และลดความเสี่ยงจากกระแสน้ำกัดเซาะ โดยเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดอ่างทอง ขอแจ้งให้ประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ว่าในวันนี้ 1 ต.ค. 69 เวลา 13.00 น. เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,400 ลบ.ม./วินาที คาดว่าน้ำจะถึงจังหวัดอ่างทอง เวลาประมาณ 06.00 – 08.00 น. ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ริมน้ำเจ้าพระยา เขตจังหวัดอ่างทอง ประกอบด้วย อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอเมือง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน ประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอโพธิ์ทอง ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน ประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร จึงขอแจ้งเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชน เตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง
♬ original sound – ตรงจุดเกิดเหตุ NEWS –
ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง