จากกรณีที่ทางคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติยึดตามข้อเสนอของ กสถ. สั่งเดินหน้าเอาผิดและเพิกถอนการบรรจุบุคคลที่มีความผิดปกติทางคะแนนสอบข้าราชการท้องถิ่นรวม 5,925 ราย โดยกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นั้น


ล่าสุดวันนี้(18 สิงหาคม 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมใหญ่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย โดยมี 3 สมาคม สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวในประเด็นดังกล่าวต่อสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวในครั้งนี้

โดยดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในกรณีที่เกิดขึ้นนั้นผู้ที่ถูกเพิกถอนบัญชีและเห็นว่าตนเองได้รับคะแนนมาด้วยความบริสุทธิ์ สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องและปกป้องสิทธิของตนเองได้ โดยในกระบวนการฟ้องร้องอาจมีผู้บริหารท้องถิ่นเป็นจำเลยที่ 1 ก.จังหวัดเป็นจำเลยที่ 2 และ ก.กลางเป็นจำเลยที่ 3 ตามรายละเอียดและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ซึ่งทั้ง 3 สมาคมฯ พร้อมให้กำลังใจทั้งผู้ที่ถูกเพิกถอนบัญชีและผู้บริหารท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการตามคำสั่ง เนื่องจากผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้เป็นผู้จัดสอบหรือเป็นผู้ก่อให้เกิดปัญหา แต่กลับต้องเป็นผู้ดำเนินการเพิกถอนผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานแล้ว โดยบางรายทำงานมาแล้วประมาณ 5-6 เดือนและมีผลการปฏิบัติงานที่ดี ทำให้การเพิกถอนสร้างความหนักใจแก่ผู้บริหารท้องถิ่นอย่างมาก ทั้งนี้การเพิกถอนบัญชีครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สอบแข่งขันได้มีการทุจริต แต่เป็นการเพิกถอนจากปัญหาความผิดพลาดด้านข้อมูลและคะแนน ขณะที่ประเด็นการทุจริตยังมีกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ดังนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงสามารถใช้สิทธิของตนเองตามกระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ผู้บริหารท้องถิ่นก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับดังนั้นทางทั้ง 3 สมาคมฯจึงได้ออกแถลงการณ์เป็นประเด็นดังนี้ ดังนี้

1. นายก อปท. ต้องรับผิดชอบโดยตรง นายก อปท. ไม่ว่าจะเป็นระดับใดคือผู้รับผิดชอบโดยตรงและเป็นผู้ออกคำสั่งทั้งการเพิกถอนและบรรจุ ฉะนั้น หากเหตุผล หลักฐาน ตลอดจนข้อกฎหมายไม่มีความชัดเจน นายก อปท. จะกลายเป็นบุคคลแรกที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย
2. อปท. มีสถานะเป็นนิติบุคคล อปท. แต่ละแห่งมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง ดังนั้น จะไปอ้างแค่ความเห็นของ กสถ. หรือ ก.กลาง โดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมาประกอบการพิจารณารองรับไม่ได้เด็ดขาด
3. สมาคมต้องการหลักฐานการทุจริตที่ชัดเจน: อปท. อยากได้หลักฐานที่ชัดเจนว่า ผู้สอบผ่านเดิมที่ถูกระบุว่ามีการแก้ไขคะแนน มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับการทุจริต อย่างน้อยที่สุดควรแนบหลักฐานการแก้ไขคะแนนมาด้วย เพราะบางคนอาจตกเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้งก็ได้ แต่แนวปฏิบัติของ กสถ. และ ก.กลาง ในปัจจุบัน คือการส่งแค่รายชื่อมาแล้วให้ อปท. ปฏิบัติตามทันที ซึ่งสร้างความไม่ชัดเจนและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหรือโต้แย้งทางกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่สอบแข่งขันโดยบริสุทธิ์แต่มีรายชื่อในกลุ่มทุจริตจะดำเนินการอย่างไร
4. การประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันโดยเรียงลำดับใหม่ จะเชื่อได้อย่างไรว่ามีความโปร่งใสบริสุทธิ์ ยุติธรรม ในขบวนการจัดทำบัญชีใหม่ จนกระทั่งประกาศบัญชีใหม่ เพื่อให้ กสถ. มีความรอบครอบมิให้เกิดปัญหาซ้ำอีกควรชะลอเรียกใช้บัญชีใหม่ก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจน

ดังนั้น 3 สมาคม อปท.แห่งประเทศไทย จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก.กลาง ได้ให้ข้อมูลหลักฐานและขบวนการเรียงลำดับบัญชีใหม่ให้มีความโปร่งใส โดยมีขบวนการที่ชัดเจนและรักษาผู้ที่สอบได้ด้วยความบริสุทธิ์ ส่วนใครทุจริตก็ดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด
ภาพ-ข่าว ทันข่าว 28 NEWS