จ.นราธิวาสเปิดเมืองจัดเต็มความยิ่งใหญ่ “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ชวนเที่ยว ชิม ช้อป สัมผัสวิถีชีวิต ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมตระการตา มนต์เสน่ห์แห่งสยามและมลายู พร้อมทัพศิลปินดัง ขนความสนุกเต็มอิ่ม 5 วัน 5 คืน ณ ศาลากลางหลังเก่า 19-23 สิงหาคมนี้ จังหวัดนราธิวาส พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชายแดนใต้สู่สายตาชาวโลก ในงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ภายใต้โครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ 2569 ร่วมผสานความร่วมมือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (นราธิวาส ยะลา ปัตตานี) เปลี่ยนมรดกทางปัญญาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดแถลงข่าว พร้อมด้วย นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส, นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส, นางพจนารถ เหล่าที ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส, นายสูไฮมี มะรอดิ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และ พล.ต.ต. ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมยืนยันความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านกิจกรรม การท่องเที่ยว การสนับสนุนชุมชน ความพร้อมของพื้นที่ และมาตรการรักษาความปลอดภัยดูแลความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวด

สำหรับไฮไลต์สุดตระการตา Unseen ชายแดนใต้ ที่คุณห้ามพลาด ซึ่งภายในงานท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่หาชมได้ยาก รวบรวมสุดยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดนตรี อาหาร และแฟชั่นไว้อย่างครบครัน สำหรับงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงมิตรภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่นี้ วันที่จัดงาน: 19 – 23 สิงหาคม 2569 (5 วัน 5 คืน) สถานที่ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จุดเด่นของมหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน คือการนำเสนออัตลักษณ์และวิถีชีวิตของจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านอาหาร การแสดง ศิลปวัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์ โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” และการประกวดแข่งขันกลอง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมของประเทศในอาเซียน และมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและศาสนาของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมย้อนยุคที่สะท้อนเรื่องราวการตั้งถิ่นฐาน รวมถึงการเปิด “พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส” ตลอด 5 คืนของการจัดงาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพรวมของแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญในจังหวัด และสามารถเชื่อมโยงไปท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้ต่อไป ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์ของนราธิวาส

ด้านนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสคาดหวังให้การจัดมหกรรมครั้งนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านแฟชั่น การแต่งกาย อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ระดับอาเซียนได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิม ช็อป และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และขยายโอกาสทางการตลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน เพื่อสัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่นำมารวมไว้ในงานเดียว โดยคาดหวังว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้ในระดับหลักล้านบาท

สามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส: โทร 073-511-1650 เว็บไซต์: https://narathiwat.m-culture.go.th/th/ Facebook: สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส
YouTube: Naraculture TikTok: @narathiwatcultural
นราธิวาส/ข่าว-ซาการียา ดอเลาะ