พ.ต.ท.สันติชัย ศรีสวัสดิ์ สว.ส.ทล.5 กก.4 บก.ทล. นำชุดจับกุมตัวนายพันกร อายุ : 26 ปี ในความผิดฐาน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลข สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการ น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด

ตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร 68 จับกุม ได้ที่หน้าห้องพัก หมู่ 4 บ้านดงพัฒนา ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก สืบทราบว่านายพันกร จ อายุ 26 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ในข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ฯ น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด”มูลค่าความเสียหายในคดีนี้ เป็นเงินจำนวน 800,000 บาท เหตุเกิดท้องที่ สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ซึ่งได้หลบหนีมาอาศัยอยู่กับภรรยาที่ห้องเช่าใน ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกลนครจึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบตัวนายพันกร อาศัยอยู่ภายในห้องหลังดังกล่าว สอบถามนายพันกร รับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และรับว่าตนเองเต็มใจที่จะรับจ้างเปิดบัญชีม้าจริง โดยได้เดินทางข้างไปยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา กับนายหน้าผู้จัดหาบัญชีม้า ไปทำหน้าที่ในการใช้บัญชีธนาคาร ของตนเอง จำนวน 2 บัญชี รับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดของแกงค์สแกมเมอร์ จากนั้นก็จะถ่ายโอนเงิน ดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารอื่นตามที่แกงค์สแกมเมอร์บอกให้โอน ได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ทำงาน

อยู่ฝั่งปอยเปต ได้ประมาณ 7 วัน ก็เดินทางข้ามกลับมาฝั่งประเทศ หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับไปอีก โดยแกงค์สแกมเมอร์เองได้นำบัญชีของนายพันกร ไปใช้ในการหลอกลวงประชาชนทำให้ได้รับความเสียหายในหลายท้องที่ ทั้งพ้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติคดีอาชญากรรมเพิ่มเติม พบว่านายพันกร ยังมีหมายจับในข้อหาเป็นบัญชีม้าแบบเดียวกันอีกจำนวน 4 หมายจับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกลนคร ได้นำตัวนายพันกร ส่งพนักงานสวน สภ.คำชะอี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ประสานกับพนักงานสอบสวนตามหมายจับอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการอายัดตัวดำเนินคดีต่อไป ในชั้นจับกุมนายพันกร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร