Statistiche web
อุดรธานี รมต.สำนักนายกฯ “ศุภมาส” นำ สคบ.ลุยตรวจหอพัก-อพาร์ตเมนต์หลัง มรภ.อุดรฯ คุมเข้มสัญญามาตรฐาน ห้ามเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟเกินจริง

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ร่มบุญอพาร์ตเมนต์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี พร้อมนำสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บูรณาการร่วมกับจังหวัดอุดรธานี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี รองนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการธุรกิจหอพักและอพาร์ตเมนต์ในย่านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยของนักศึกษาและคนทำงานจำนวนมาก เพื่อกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาควบคุมธุรกิจเช่าที่พัก พร้อมย้ำห้ามเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟเกินอัตราจริง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนตามนโยบายรัฐบาล

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ ซึ่งค่าเช่าที่อยู่อาศัยถือเป็นภาระสำคัญของนักศึกษา ผู้มีรายได้น้อย และแรงงานจากต่างถิ่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ธุรกิจหอพักและอพาร์ตเมนต์เป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การควบคุมสัญญาของ สคบ. ผู้ประกอบการต้องใช้สัญญามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีหลักสำคัญ 3 ช่วง ได้แก่ ก่อนเข้าอยู่ ระหว่างการเช่า และเมื่อย้ายออก ซึ่งก่อนเช่าจะเรียกเก็บเงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้ารวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือนของอัตราค่าเช่า

สำหรับช่วงระหว่างการเช่า ผู้ประกอบการต้องเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟตามอัตรามิเตอร์ของการประปาส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าเท่านั้น ไม่สามารถบวกเพิ่มหรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นแยกต่างหากได้ หากมีต้นทุนเพิ่มเติมต้องรวมไว้ในค่าเช่า ส่วนเมื่อผู้เช่าย้ายออก หากไม่มีความเสียหาย เจ้าของต้องคืนเงินมัดจำภายใน 7 วัน และหากมีการหักค่าเสียหายตามจริง ต้องคืนเงินส่วนที่เหลือภายใน 14 วัน นางสาวศุภมาส ยังอธิบายว่า อพาร์ตเมนต์แตกต่างจากคอนโดมิเนียม เนื่องจากมีเจ้าของเพียงรายเดียว จึงไม่สามารถเรียกเก็บค่าส่วนกลางแยกต่างหากจากผู้เช่าได้ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางต้องรวมอยู่ในค่าเช่าหรือเป็นภาระของผู้ประกอบการ

จากการตรวจสอบ ร่มบุญอพาร์ตเมนต์ พบว่ามีการจัดทำสัญญาเช่าถูกต้องตามกฎหมายและมีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน โดยเจ้าของกิจการระบุว่าได้ศึกษาข้อกฎหมายของ สคบ. ก่อนเปิดดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและไม่เอาเปรียบผู้เช่า ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำชับผู้ประกอบการว่าไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมายได้ หากฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมสัญญาของ สคบ. มีโทษทั้งจำคุกและปรับ จึงขอให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการถูกดำเนินคดี

พร้อมกันนี้ ยังแนะนำให้ผู้เช่าศึกษารายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเงื่อนไขการคืนเงินมัดจำ และควรเก็บหลักฐานต่าง ๆ เช่น สัญญาเช่า ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการโอนเงิน รวมถึงข้อความสนทนาไว้เป็นหลักฐาน หากเกิดข้อพิพาทจะสามารถใช้ประกอบการร้องเรียนหรือดำเนินคดีได้ นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกิจห้องเช่าอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาการเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟเกินจริง การไม่คืนเงินมัดจำ และการโฆษณาห้องพักไม่ตรงกับสภาพจริง โดยในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี สคบ.ได้บูรณาการร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยเหลือและยุติข้อร้องเรียนไปแล้วหลายสิบกรณีตั้งแต่ปี 2567 และจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน