จากชีวิตพนักงานโรงงานที่ทำงานกินเงินเดือนมานานถึง 29 ปี วันนี้ นาง ซานาดา ซองธูป วัย 59 ปี ชาวบ้าน ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง กลายเป็นชาวสวนกระท้อนเต็มตัว และมีรายได้จากการขาย “ กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า ” ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดอ่างทอง มากกว่ารายได้ที่เคยได้รับจากการทำงานประจำ
จากการสอบถาม นาง ซานาดา เล่าให้ฟังว่า ตลอดชีวิตการทำงานในโรงงาน หลายคนมองว่ามีความมั่นคงและรายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็สูงตามไปด้วย ขณะที่พ่อของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนกระท้อนดั้งเดิมของครอบครัว พยายามชักชวนให้กลับมาช่วยดูแลสวนอยู่เสมอ แต่ในเวลานั้นเธอเลือกทำงานประจำต่อไป กระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน เธอตัดสินใจลาออกจากงาน และหันกลับมาดูแลสวนกระท้อนของครอบครัวอย่างจริงจัง พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อที่เป็นผู้บุกเบิกการปลูก “ กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า ” ในพื้นที่แห่งนี้
ปัจจุบัน ซานาดา ขายผลผลิตผ่านช่องทางออนไลน์ตามออร์เดอร์ลูกค้า มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และในหลายช่วงฤดูกาลสามารถสร้างรายได้ มากกว่าการทำงานกินเงินเดือนเสียอีก นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายกระท้อน มากกว่าเงินจากกองทุนประกันสังคม ที่ได้รับเดือนละ 5,000 บาท เมื่อก่อนคิดว่าการทำงานโรงงานมั่นคง แต่พอได้กลับมาทำสวนจริง ๆ กลับมีรายได้ดี มีเวลาให้ตัวเอง และได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น รู้อย่างนี้ออกจากงานมาช่วยพ่อทำสวนตั้งนานแล้ว
นอกจากรายได้ที่น่าพอใจแล้ว เธอยังเลือกทำสวนแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี เน้นดูแลต้นกระท้อนด้วยวิถีธรรมชาติ เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ปัจจุบัน “ กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า ” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นที่เรียบร้อย สะท้อนถึงคุณภาพและอัตลักษณ์เฉพาะของผลไม้ท้องถิ่น ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
@chaijexu อ่างทอง รู้งี้ลาออกตั้งนานแล้ว สาวโรงงานผันตัวเป็นชาวสวนกระท้อน รายได้ดีกว่ากินเงินเดือน จากชีวิตพนักงานโรงงานที่ทำงานกินเงินเดือนมานานถึง 29 ปี วันนี้ นาง ซานาดา ซองธูป วัย 59 ปี ชาวบ้าน ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง กลายเป็นชาวสวนกระท้อนเต็มตัว และมีรายได้จากการขาย “ กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า ” ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดอ่างทอง มากกว่ารายได้ที่เคยได้รับจากการทำงานประจำ จากการสอบถาม นาง ซานาดา เล่าให้ฟังว่า ตลอดชีวิตการทำงานในโรงงาน หลายคนมองว่ามีความมั่นคงและรายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็สูงตามไปด้วย ขณะที่พ่อของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนกระท้อนดั้งเดิมของครอบครัว พยายามชักชวนให้กลับมาช่วยดูแลสวนอยู่เสมอ แต่ในเวลานั้นเธอเลือกทำงานประจำต่อไป กระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน เธอตัดสินใจลาออกจากงาน และหันกลับมาดูแลสวนกระท้อนของครอบครัวอย่างจริงจัง พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อที่เป็นผู้บุกเบิกการปลูก “ กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า ” ในพื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบัน ซานาดา ขายผลผลิตผ่านช่องทางออนไลน์ตามออร์เดอร์ลูกค้า มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และในหลายช่วงฤดูกาลสามารถสร้างรายได้ มากกว่าการทำงานกินเงินเดือนเสียอีก นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายกระท้อน มากกว่าเงินจากกองทุนประกันสังคม ที่ได้รับเดือนละ 5,000 บาท เมื่อก่อนคิดว่าการทำงานโรงงานมั่นคง แต่พอได้กลับมาทำสวนจริง ๆ กลับมีรายได้ดี มีเวลาให้ตัวเอง และได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น รู้อย่างนี้ออกจากงานมาช่วยพ่อทำสวนตั้งนานแล้ว นอกจากรายได้ที่น่าพอใจแล้ว เธอยังเลือกทำสวนแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี เน้นดูแลต้นกระท้อนด้วยวิถีธรรมชาติ เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ปัจจุบัน “ กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า ” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นที่เรียบร้อย สะท้อนถึงคุณภาพและอัตลักษณ์เฉพาะของผลไม้ท้องถิ่น ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง
♬ เสียงต้นฉบับ – TONGJUDKADHAD NEWS – TONGJUDKADHAD NEWS
ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง