ประชาชนชาติพันธุ์ม้งทั่วประเทศได้รวมตัวหน้าสำนักนายกรัฐมนตรีนำโดย ดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรมตัวแทนคนไทยเชื้อสายม้งและนายชุติเดช หิรัญรัตนะ นายกม้งแห่งประเทศไทยได้นำชาวบ้านพี่น้องชาติพันธ์ม้งร่วมกว่าเกือบ 200 ชีวิตเพื่อขอความยุติธรรมให้กับพี่น้องชาติพันธุ์ม้งในกรณีพิพาทการบุกรุกไร่ขิงตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรมประธานเครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทยได้ทำหนังสือชี้แจงและขอความเป็นธรรมแก่สำนักนายกรัฐมนตรีดังนี้

ข้าพเจ้า ดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรม ในนามตัวแทนเกษตรกรผู้ถูกกล่าวหาและประชาชนคนไทยเชื้อสายม้งที่ได้รับผลกระทบ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการนำเสนอข่าวและกล่าวหาว่า “ชาวม้งบุกรุกป่ าเพื่อปลูกขิง” หรือ “นายทุน บุกรุกป่าปลูกขิง” ในพื้นที่ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อชื่อเสียง ศักดิ์ ศรี และความรู้สึกของพี่น้องคนไทยเชื้อสายม้งทั่วประเทศโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ ประการแรกการใช้ถ้อยคำว่า “ชาวม้งบุกรุกป่า” เป็นการเหมารวมทางชาติพันธุ์ที่ไม่เหมาะสม และไม่ สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคของประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์เนื่องจากคนไทยเชื้อสายม้งมีจำนวนหลายแสนคนทั่วประเทศ มิได้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวทั้งหมดการสื่อสารในลักษณะดังกล่าวจึงสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวม้งโดยรวม อีกทั้งยังขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งม้งคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของประชาชนทุกชาติพันธุ์อย่างเท่าเทียม ประการที่สองข้อกล่าวหาว่ามีนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกขิงน้ัน ข้อเท็จจริงคือผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ เป็นเกษตรกรรายย่อยและประชาชนทั่วไปที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ มิใช่นายทุนหรือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ โดยการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ภายใต้โครงการขององค์การอุตสาหกรรม ป่าไม้ (อ.อ.ป.) เขตเชียงใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมในรูปแบบวนเกษตร(Agro-Forestry)

เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกยางพาราตามโครงการปลูกสร้างสวนป่าไม้สักและยางพาราควบคู่กับการทำการเกษตรโดยชุมชนมี ส่วนร่วม ท้ังนี้ เกษตรกรสามารถปลูกพืชล้มลุกระยะส้ัน เช่น ขิงควบคู่กับการดูแลต้นยางพาราตามเงื่อนไขของโครงการ ประการที่สาม กรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบุกรุกแผ้วถางและโค่นล้มต้นไม้ในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำแม่ทะลบ

จึงขอเรียกร้องความ เป็นธรรมต่อภาครัฐ ให้มีการตรวจสอบการดำเนินโครงการขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่อำเภอไชยปราการอย่าง โปร่งใสและเป็นธรรม โดยตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง ประวัติการใช้ประโยชน์พื้นที่ และการ ดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ให้มีหน่วยงานภาครัฐที่เป็นกลางและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและหากพบว่าเกษตรกรได้ดำเนินการภายใต้กระบวนการที่หน่วยงานรัฐรับรู้และกำกับ ดูแล ขอให้พิจารณายุติหรือยกเลิกการด าเนินคดีตามความเหมาะสมและเป็นธรรม ขอความอนุเคราะห์ให้เกษตรกรที่ได้ลงทุนและเพาะปลูกไปแล้ว สามารถด าเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบการ ผลิตนี้ให้แล้วเสร็จ ภายใต้เงื่อนไขที่ภาครัฐก าหนด พร้อมทั้งยินดีปฏิบัติตามข้อตกลงในการดูแลต้นยางพารา อย่างเคร่งครัด ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องข้างต้นได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเยียวยาความเสียหายแก่เกษตรกรตามต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ได้ลงทุนไปจริงอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม


ทางสำนักรัฐมนตรีได้ให้ มาเป็นตัวแทนรับหนังสือจากพี่น้องชาติพันธุ์ม้งและได้มีการเปิดเปิดประชุม โดยมี 1. นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ (ประธานการประชุม) และหน่วยงานออป โดย นายชนุดม เพชรสังข์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้และ กรมป่าไม้ โดย นายอำนาจ สุสุทธิ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ หารือช่วยเหลือพี่น้องชาติพันธุ์ม้งเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไปและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการรับปากช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวม้งที่ได้รับผลกระทบและทำให้พี่น้องชาติพันธุ์ม้ง และตัวแทนได้พอใจต่างคนต่างแยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความหวังคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนพี่น้องชาวม้งต่อไป