ที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำกำลังตำรวจจราจรไปตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรเชิงสร้างสรรค์ โดยแจกหมวกนิรภัยฯ ให้กับประชาชน ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผู้สัญจร จำนวน 100 ใบเพื่อเป็นตัวอย่างกิจกรรมการแจกจ่าย หมวกน้ำใจ ให้กับทุกสถานีตำรวจภูธรในสังกัดและจะมอบหมวกนิรภัย (หมวกน้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน) รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000 ใบให้กับทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นหน่วยแจกจ่ายส่งต่อหมวกนิรภัยไปสู่กลุ่มเป้าหมายตามโครงการอีกส่วนหนึ่ง


โดยมี พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผกก.สภ.กำแพงแสน พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พ.ต.อ.จุลภณ มีชำนาญ ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.โพรงมะเดื่อ พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มินเสน ผกก.สภ.สามควายเผือก พ.ต.อ.นริสสร์ สังข์กระแสร์ ผกก.สภ.กระตีบ พ.ต.อ.มงคล พรหมเมศร์ ผกก.สภ.บางหลวง พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รองผกก.ป.สภ.บางเลน ร่วมเปิดโครงการ ” นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน ” ระยะที่ 2 จับ ปรับ แจก ก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ 2569

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า ตามที่ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมได้จัดทำโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัย ทางถนน โดยได้เปิดตัวโครงการนี้ไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ก่อนเข้าช่วงควบคุมเข้มข้นของเทศกาลวันปีใหม่ 2569 โดยแจกหมวกนิรภัยในโครงการ ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 1,175 ใบ ซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ และ บรรลุตามวัตถุประสงค์ โดยมีประชาชนสวมใส่หมวกนิรภัยเพิ่มมากขึ้น สามารถลดความรุนแรง และ ลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนได้เป็นอย่างดี ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงได้จัดทำโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน ระยะที่ 2 ขึ้นโดยมุ่งเน้น กิจกรรม จับ ปรับ แจก ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.) และ พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ รอง ผอ.ศจร.ตร.ได้มีมาตรการเตือนก่อนปรับในวันที่ 27 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 และให้เริ่มบังคับใช้กฎหมายโดยให้มีการจับและปรับ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายใน 10 ข้อหาหลัก ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย รถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย (อุปกรณ์ส่วนควบไม่สมบูรณ์) เมาแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร แซงในที่คับขัน ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่า ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสวมใส่หมวกนิรภัยในขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ประกอบกับสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ยังมีประชาชนที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงหมวกนิรภัย จึงได้ระดมพลังแบ่งปันหมวกนิรภัยเพื่อส่งต่อความห่วงใยไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบาง ได้แก่ 1.กลุ่มเด็ก เยาวชน และนักเรียน ในโรงเรียนพื้นที่เสี่ยง 2.กลุ่มผู้สูงอายุวัยเกษียณ 3.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.กลุ่มอาชีพบนท้องถนน เช่น วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง 5.กลุ่มอาสาสมัคร (อสม./อปพร.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงเทศกาล โดยได้รับการสนับสนุนหมวกนิรภัยจากภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ 1.กลุ่มเพื่อนผู้การทักษ์ รักษ์ ประชา 2.บริษัท นิยมทรัพย์ จำกัด 3.บริษัท อาร์เอ็กซ์ แมนูแฟคเทอริ่ง จำกัด 4.บริษัท ทีเอฟพี อินดรัสเตรียล จำกัด 5.บริษัท คอนกรีตไลน์ นครปฐม จำกัด จำนวนทั้งสิ้น 1,000 ใบเพื่อนำมาแจกแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามโครงการ “ หมวกน้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” หรือเรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ หมวกน้ำใจ ” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ( ห้วงระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 ) สถานีตำรวจภูธรในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ทั้ง 12 สถานี จะเป็นหน่วยหลักในการขับเคลื่อนโครงการ โดยเป็นหน่วยแจกจ่ายหมวกน้ำใจไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยใช้กลยุทธ์กิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสมของสภาพปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่ และวิธีการผ่านการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรเชิงสร้างสรรค์ตามแนวทางแจกจ่ายของโครงการ ซึ่งหมวกน้ำใจในโครงการนี้จะต้องแจกให้หมดก่อนภายในช่วงควบคุมเข้มข้นของเทศกาลสงกรานต์ 2569 เพื่อไว้ใช้ในการติดตามการใช้หมวกนิรภัยต่อไป

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยว่า ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จะมีการใช้ระบบ QR Code เพื่อติดตามผลการใช้งานหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง และจะมีการแจกของที่ระลึก สำหรับผู้ที่รักษาวินัยในการสวมใส่ และมีการสรุปผลการดำเนินการ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ และจะนำข้อมูลการสวมใส่หมวกนิรภัยในพื้นที่มาวิเคราะห์และประเมินผลเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการระยะต่อไป โดยทางตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม มุ่งหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างชัดเจน พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย “สวมหมวกนิรภัย 100 %” ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในชุมชน