Statistiche web
นนทบุรี ชื่นชม! เด็กหญิงวัย 15 ปี สุดกตัญญู เลิกเรียนไม่เคยเที่ยว เก็บขยะขายช่วยพ่อป่วยติดเตียงสู้ชีวิตไม่อายใคร

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เมศ เจ้าชายน้อย” ได้โพสต์เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่สู้ชีวิตและมีความกตัญญูต่อครอบครัว โดยระบุข้อความว่า “หนูไม่อายเลยพี่ พ่อกำลังป่วย หนูต้องช่วยพ่อ” พร้อมเล่าเรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงที่หลังเลิกเรียนต้องรีบกลับมาดูแลพ่อซึ่งป่วยติดเตียงจากอาการกระดูกทับเส้นประสาท ไม่สามารถเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ เด็กหญิงคนดังกล่าวคือ น.ส.เบญญาภา ธนกรมนพร อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้านนทบุรี ซึ่งกำลังเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แม้ครอบครัวจะมีฐานะยากจน แต่น้องยังคงตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ โดยมีผลการเรียนเฉลี่ยรวม 5 เทอมอยู่ที่ 3.31 และเกรดเฉลี่ยเทอมล่าสุดสูงถึง 3.75 ติดอันดับที่ 3 ของห้องเรียน น้องเบญเล่าว่า หลังเลิกเรียนจะไม่ไปเที่ยวไหน เพราะเป็นห่วงพ่อที่ป่วยอยู่ที่บ้าน จึงต้องรีบกลับมาดูแล ทั้งเปลี่ยนผ้าอ้อม เทถุงปัสสาวะ เช็ดตัวให้พ่อ เมื่อดูแลพ่อเสร็จแล้วจึงจะออกไปเดินเก็บขยะตามข้างทางและในถังขยะ โดยเฉพาะขวดพลาสติก เพื่อนำไปขาย แม้จะได้เงินเพียงสัปดาห์ละไม่ถึง 100 บาท แต่ก็ช่วยให้ครอบครัวมีเงินซื้อข้าวกิน “หนูไม่อายเพื่อน ไม่อายใครเลยพี่ เพราะพ่อกำลังป่วย หนูต้องช่วยพ่อ” น้องเบญกล่าว ครอบครัวของน้องประกอบด้วยพ่อ แม่ และน้องเบญ โดยพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ภายในห้องมีเตียงหนึ่งเตียงสำหรับพ่อที่ป่วยติดเตียง ส่วนแม่และน้องต้องปูที่นอนนอนบนพื้นข้างเตียง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังห้องเช่าไม่มีชื่อ ซอย ไผ่หมู่ หมู่ 7 ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นที่พักของครอบครัวนี้ พบว่าอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน ได้แก่ นายธนเดช ธนกรมนพร อายุ 59 ปี ผู้เป็นพ่อ, น.ส.กฤษณา รังสีโย อายุ 49 ปี ผู้เป็นแม่ และ น.ส.เบญญาภา ธนกรมนพร อายุ 15 ปี สภาพภายในห้องเช่าพบว่ามีอุปกรณ์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก เนื่องจากนายธนเดชเคยประกอบอาชีพรับจ้างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งยังคงรับซ่อมอยู่บ้าง โดยสามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 064-317-4515 คุง  

นายธนเดช ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า ตนเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.53 ขณะขึ้นไปซ่อมแอร์แล้วเกิดลื่นล้มตกจากหลังคาสูงประมาณ 4-5 เมตร ทำให้ร่างกายส่วนก้นกระแทกพื้นอย่างแรง ส่งผลให้กระดูกทับเส้นประสาทจนไม่สามารถเดินได้ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตั้งแต่นั้นมา ก่อนหน้านี้ตนเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ชาวบ้านในละแวกนี้มักเรียกตนว่า “ช่างเทวดา” เพราะสามารถซ่อมได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทีวี พัดลม ตู้เย็น หม้อหุงข้าว หรือแม้แต่จักรยานไฟฟ้า แต่ปัจจุบันงานซ่อมมีเข้ามาน้อยมาก ได้ค่าจ้างเพียงไม่กี่ร้อยบาท ขณะที่ตนเองยังมีโรคประจำตัวทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน แต่ก็ยังพยายามสู้เพื่อหารายได้ช่วยครอบครัว นายธนเดช กล่าวต่แออีกว่า ตอนนี้ตนเดินไม่ได้ ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเจ้าของที่นี่เคยเป็นลูกค้าเก่า จึงให้ตนกับครอบครัวมาอยู่อาศัยฟรี ตนจึงต้องคอยช่วยซ่อมของใช้ภายในบ้านที่เสีย ตนซ่อมได้ทุกอย่าง ส่วนข้อเสียของช่างก็คือจะไม่เคยได้ใช้ของใหม่เลย  

น.ส.กฤษณา คุณแม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนทำงานเป็นแม่บ้านในโรงเรียน ได้ค่าจ้างเป็นรายวัน วันละประมาณ 380 กว่าบาท สามีป่วยมานานกว่า 16 ปีแล้ว ทำให้ตนต้องทำงานเพียงคนเดียวเพื่อเลี้ยงครอบครัว ลูกสาวจึงช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการเก็บขยะพลาสติกตามถังขยะข้างทางเพื่อนำไปขาย ตนรู้สึกสงสารลูก แต่ในอีกมุมหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่ลูกมีความมุ่งมั่น อดทน และพยายามหารายได้ช่วยพ่อแม่ ตอนนี้ลูกสาวเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว กำลังจะเข้าสู่มัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ยังมีปัญหาเรื่องค่าเทอมที่ไม่เพียงพอ บางครั้งไม่สามารถรวบรวมเงินได้ครบ ต้องไปกู้ยืมเงินมาใช้จ่าย วันเสาร์-อาทิตย์หากไม่ได้ไปทำงานก็ต้องไปหารายได้เสริมอย่างอื่น หากคุณครูมีงานก็จะถูกเรียกไปช่วยทำงาน บางครั้งก็ทำสลัดโรลล์ขาย

ขณะนี้สิ่งที่ครอบครัวต้องการความช่วยเหลือคือผ้าอ้อมผู้ใหญ่และถุงปัสสาวะสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากต้องใช้เป็นประจำ หากมีโอกาสก็อยากให้มีผู้ช่วยสนับสนุนเรื่องการเรียนของลูกสาวด้วย โดยลูกสาวเคยได้รับทุนการศึกษาระหว่างเรียน แต่ต้องรอเปิดเทอมจึงจะสามารถทำเรื่องขอทุนใหม่ได้ ขณะนี้น้องเบญเพิ่งจบชั้น ม.3 และกำลังจะเรียนต่อชั้นมัธยมปลาย แต่ยังมีปัญหาเรื่องค่าเทอมที่ไม่เพียงพอ ทำให้แม่ต้องไปกู้ยืมเงินมาจ่ายค่าเรียนให้ลูก นอกจากนี้ครอบครัวยังต้องการความช่วยเหลือเรื่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่และถุงปัสสาวะสำหรับผู้ป่วย ซึ่งจำเป็นต้องใช้เป็นประจำ

น.ส.เบญญาภา กล่าวว่า ตนเก็บขยะมาตั้งแต่เด็ก เพราะเห็นแม่ต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวเพียงคนเดียว จึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระ แม้บางวันจะต้องเรียนหนังสือจึงไม่สามารถออกไปเก็บขยะได้ แต่หลังเลิกเรียนก็จะพยายามออกไปเก็บขวดพลาสติกมาขายเสมอ สิ่งที่ตนอยากได้มากที่สุดตอนนี้คืออยากให้พ่อมีเงินรักษา และรู้สึกดีใจมากที่มีผู้คนเข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัว ทั้งนี้มือถือของตนยี่ห้อไอโฟนตนซื้อมาในราคา 200 บาท แล้วให้คุณพ่อซ่อม และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมายซึ่งคุณพ่อได้มาเป็นมือสองและซ่อมใช้เอง  

ขณะที่ นายปรเมศร์ มีสมภพ อายุ 42 ปี หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” ผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันก่อน ได้รับข้อความจากแม่ของน้องเบญ จึงตรวจสอบข้อมูลและรีบติดต่อกลับทันที ก่อนจะลงพื้นที่ไปพบครอบครัวในเช้าวันรุ่งขึ้น จากการตรวจสอบพบว่าน้องมีค่าเทอมค้างชำระประมาณ 5,000 บาท รวมค่าอุปกรณ์การเรียน ซึ่งแม่ต้องไปกู้เงินมาเพื่อให้ลูกได้เรียนต่อ โดยก่อนหน้านี้ครอบครัวไม่ได้ขอความช่วยเหลือเรื่องเงินเลย ขอเพียงผ้าอ้อมผู้ใหญ่และข้าวสารเท่านั้น ตนจึงได้นำแพมเพิส ข้าวสาร และเงินจำนวนหนึ่งไปช่วยเหลือในเบื้องต้นนายปรเมศร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อได้เห็นความเป็นอยู่ของครอบครัวก็รู้สึกอยากช่วยเหลือ เพราะน้องเบญเป็นเด็กที่มีความกตัญญู ขยันเรียน และมีความตั้งใจจริง ผลการเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ดี จึงเห็นว่าสมควรได้รับการสนับสนุน สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือน้องเบญ สามารถโอนเงินช่วยเหลือได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 179-8-701165ชื่อบัญชี ด.ญ.เบญญาภา ธนกรมนพร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 080-775-3230 (เมศ) ผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว โดยทางครอบครัวได้อนุญาตให้มีการเผยแพร่เรื่องราวและภาพถ่ายผ่านสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้ว

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี