รายงานความเคลื่อนไหวหลังจากเว็บไซต์ของมาเลเซีย อ้างอิงนายอาหมัด ฟาห์มี อาหมัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำสงขลา ได้ออกคำแนะนำเตือนชาวมาเลเซียที่วางแผนเดินทางโดยรถยนต์มาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลอีดิลฟิตรีในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลา เมื่อวันที่ 18 มี.ค.69 ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยขาดแคลนน้ำมัน จากการกักตุนของคนไทยที่ขยายผลจากการสู้รบในตะวันออกกลาง
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับด่านพรมแดนเมืองรันตูปีนยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่า ผู้ที่เดินทางข้ามแดนจากเมืองรันตูปันยัง ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยที่เดินทางไปขายแรงงานในรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซีย เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมฉลองวันอีดิลฟิตรี หรือ วันรายอออกปอซอ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 หรือ 21 มี.ค.69 ที่จะถึงนี้ โดยกำหนดจะดูดวงจันทร์ในวันที่ 19 มี.ต.69 หรือในค่ำคืนนี้
โดย พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วศรีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส ได้เปิดเผยถึงสถิติคนไทยที่เดินทางไปขายแรงงานยังรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซีย เดินทางกลับเข้ามาในประเทศในช่วง 2 ถึง 3 วันที่ผ่านมา ดังนี้ โดยในวันที่ 18 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ จำนวน 12,072 คน วันที่ 17 มี.ค. 69 มีคนไทยเดินทางกลับ จำนวน 7,900 คน และในวันที่ 16 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับ จำนวน 8,000 คน ส่วนชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อท่องเที่ยวในช่วงวันอีดิลฟิตรี ลดน้อยลงเป็นจำนวนมากทั้งๆที่ในช่วงนี้และทุกปีที่ผ่านมา จะมีชาวมาเลเซียเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวในและวันประมาณกึ่งหนึ่งของจำนวนคนไทย ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในแต่ละวันเท่านั้น จากการสอบถามชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามแดนมนยังประเทศไทย ทราบว่า เป็นผลพวงของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยที่ขาดแคลน ที่สร้างความไม่มั่นใจว่าจะสามารถท่องเที่ยวตามจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ชาวมาเลเซียจะอาศัยข้ามแดนพรมแดนสุไหงโก-ลก เป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวอีกทอดหนึ่งตามหัวเมืองต่างๆของหาดใหญ่ สงขลาและพัทลุง
ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามปั๊มน้ำมันต่างๆ โดยรวมในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ประชาชนสามารถนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดได้ตามปกติ แต่จะมีการจำกัดการเติมใส่ภาชนะที่เป็นแกลลอนหรือถัง โดยทางปั๊มจะจำหน่ายให้เพียงคนละ 5 ลิตรเท่านั้น โดยรวมการขาดแคลนสภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงถือว่า ยังไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
@chaijexu นราธิวาส ชาวมาเลย์งดข้ามแดนเที่ยวไทยน่าใจหาย ช่วงอีดิลฟิตรี หลังเว็บไซต์มาเลย์เตือนไทยขาดแคลนน้ำมัน รายงานความเคลื่อนไหวหลังจากเว็บไซต์ของมาเลเซีย อ้างอิงนายอาหมัด ฟาห์มี อาหมัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำสงขลา ได้ออกคำแนะนำเตือนชาวมาเลเซียที่วางแผนเดินทางโดยรถยนต์มาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลอีดิลฟิตรีในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลา เมื่อวันที่ 18 มี.ค.69 ที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยขาดแคลนน้ำมัน จากการกักตุนของคนไทยที่ขยายผลจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับด่านพรมแดนเมืองรันตูปีนยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่า ผู้ที่เดินทางข้ามแดนจากเมืองรันตูปันยัง ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยที่เดินทางไปขายแรงงานในรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซีย เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมฉลองวันอีดิลฟิตรี หรือ วันรายอออกปอซอ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 หรือ 21 มี.ค.69 ที่จะถึงนี้ โดยกำหนดจะดูดวงจันทร์ในวันที่ 19 มี.ต.69 หรือในค่ำคืนนี้ โดย พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วศรีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส ได้เปิดเผยถึงสถิติคนไทยที่เดินทางไปขายแรงงานยังรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซีย เดินทางกลับเข้ามาในประเทศในช่วง 2 ถึง 3 วันที่ผ่านมา ดังนี้ โดยในวันที่ 18 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ จำนวน 12,072 คน วันที่ 17 มี.ค. 69 มีคนไทยเดินทางกลับ จำนวน 7,900 คน และในวันที่ 16 มี.ค.69 มีคนไทยเดินทางกลับ จำนวน 8,000 คน ส่วนชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อท่องเที่ยวในช่วงวันอีดิลฟิตรี ลดน้อยลงเป็นจำนวนมากทั้งๆที่ในช่วงนี้และทุกปีที่ผ่านมา จะมีชาวมาเลเซียเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวในและวันประมาณกึ่งหนึ่งของจำนวนคนไทย ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในแต่ละวันเท่านั้น จากการสอบถามชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามแดนมนยังประเทศไทย ทราบว่า เป็นผลพวงของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยที่ขาดแคลน ที่สร้างความไม่มั่นใจว่าจะสามารถท่องเที่ยวตามจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ชาวมาเลเซียจะอาศัยข้ามแดนพรมแดนสุไหงโก-ลก เป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวอีกทอดหนึ่งตามหัวเมืองต่างๆของหาดใหญ่ สงขลาและพัทลุง ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามปั๊มน้ำมันต่างๆ โดยรวมในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ประชาชนสามารถนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดได้ตามปกติ แต่จะมีการจำกัดการเติมใส่ภาชนะที่เป็นแกลลอนหรือถัง โดยทางปั๊มจะจำหน่ายให้เพียงคนละ 5 ลิตรเท่านั้น โดยรวมการขาดแคลนสภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงถือว่า ยังไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ นราธิวาส/ข่าว-ซาการียา ดอเลาะ
♬ เสียงต้นฉบับ – TONGJUDKADHAD NEWS – TONGJUDKADHAD NEWS
นราธิวาส/ข่าว-ซาการียา ดอเลาะ