Statistiche web
นนทบุรี ยายวัย70ปี กราบทนายดัง หลั่งน้ำตาขอให้ช่วยหลังโดนโกงบ้านแถมถูกแจ้งจับเพราะไม่ยอมย้ายออก

ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี นางจำลอง อายุ 70 ปี พร้อมลูกชายและลูกสะใภ้ นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์  แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังตนเองถูกกลุ่มนายหน้าซื้อขายบ้าน หลอกให้ทำสัญญา จำนองขายฝาก ทั้งๆที่ตนเองต้องการขายบ้าน จนศาลมีคำสั่งให้กลุ่มนายหน้าชดใช้เงิน ที่เซ็นขายบ้านไป และยังขาดอยู่อีก 1,300,000 บาททำให้ตนเองกินไม่ได้นอนไม่หลับเคยคิดคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ลูกๆก็ช่วยไว้ได้

ยายจำลอง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนมีตึกแถว 3 ชั้นตั้งอยู่ริมถนนใน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  และต้องการขายตึกแถวดังกล่าวในราคา 4.5 ล้านบาท จนกระทั่งมีนายหน้าชื่อประยุทธ์  มาแจ้งกับตนว่า มีนายทุนสนใจต้องการซื้อตึกแถวห้องนี้ ก่อนจะพาตนเองให้ไปรู้จักกับคนที่จะซื้อทราบแต่ชื่อนายตุ้มกับนายนุ้ย  โดยทำสัญญาซื้อขายกันที่กรมที่ดิน  แต่เนื่องจากตนไม่ค่อยรู้หนังสือ ในวันที่ทำสัญญาซื้อขายบ้าน ตนได้เซ็นชื่อลงไปให้กับคนซื้อ เพราะเขาจ่ายเงินมาให้ 2 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2 ล้าน 5 จะจ่ายให้โดยหัก 1,200,000 บาท เพราะตึกแถวของตนยังติดจำนองอยู่โดยในวันที่โอนที่ดินอยู่นั้นกลุ่มของคนซื้ออ้างว่าเงินไม่พอเดี๋ยวขอรวบรวมส่วนที่เหลือให้ในภายหลัง

หลังจากเซ็นชื่อซื้อขายตึกแถวไปแล้ว ตนจึงมาทราบภายหลังว่าเป็นการทำสัญญาขายฝากจำนอง ทำให้ตนไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนจากราคาที่ขาย 4.5 ล้าน โดยทางกลุ่มคนซื้ออ้างว่าได้นำโฉนดที่ตนเซ็นชื่อขายให้ไป ไปทำการไถ่ถอนที่ตนจำนองไว้ 1,300,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 1 ล้าน 2 แสนบาท ตนก็ยังไม่ได้รับเต็มจำนวน   แต่แล้วจู่ๆเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 68 กลุ่มนายทุนคนซื้อ ได้เอาหมายศาลมาขับไล่ไม่ให้ตนอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ตนขอเวลาเขาก็ไม่ยอมเอาตำรวจมาจับตนถึงในบ้าน ทำให้ตนไม่มีที่อยู่ต้องออกไปหาบ้านเช่าอยู่จนถึงปัจจุบัน เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ตนคิดมาก ถึงกับจะฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ลูกชายกับลูกสะใภ้ก็ช่วยไว้ได้ ตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จึงต้องหันมาขอความเป็นธรรมกับทางมูลนิธิให้ช่วยเหลือตนด้วยในเรื่อง นี้ ระหว่างจะเดินทางกลับปรากฏว่า ยายจำลองกับลูกชาย ได้ก้มลงกราบเท้าทนายรณณรงค์ ร้องไห้ขอให้ช่วยเหลือ เพราะไม่รู้จะไปพึ่งพาใครได้แล้ว

ทางด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า  กรณีคุณยาย ตนจะต้องดูหลักฐานดูรายละเอียดสำนวณให้ดีๆเพราะเคสนี้คุณยายเจอมืออาชีพทำงานกันเป็นกระบวนการ มีหน้าม้า มาประกบเอาเงินมาโชว์ให้คุณยายดูพาไปคุยกับเจ้าหน้าที่อันนี้ยังไม่รู้เลยนะเจ้าหน้าที่รู้เห็นหรือเปล่า แต่ก็คิดว่าเจ้าหน้าที่คงไม่มีอะไรเวลาจะไปซื้อขายที่กรมที่ดินนั้นอยากให้ถามเลยถ้าเราไม่รู้เรื่องอะไรเลยที่กรมที่ดิน กรมที่ดินมีเจ้าหน้าที่เยอะไม่ต้องกลัวการวิ่งเต้นตรงนั้นอย่างไรก็ตามสำคัญที่สุดของการซื้อ-ขาย เจ้าหน้าที่จะถามคุณยายเสมอว่าได้รับเงินครบถ้วนหรือยังหากยังก็อย่าเพิ่งเซ็นอันนี้จะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เสมอ

กรณีของคุณยายนั้น เป็นเพราะคุณยายไม่มีความรู้ จบแค่ ป.4 การซื้อขายฝากจำนองที่ดินเป็นอย่างไร คุณยายก็ไม่เข้าใจรู้แต่ว่าวันนั้นขายที่ดินได้แล้วจะได้เงินเต็มจำนวน 4.5 ล้าน จึงเซ็นให้ไปก่อน แล้วก็ถูกชักดาบ เพราะเขาทำกันเป็นขบวนการมีตัวละครหลายตัว ทำให้การซื้อขายการเอากลับมามันยากเพราะคุณยายไม่ได้คุยกับคนซื้อโดยตรง คนซื้อก็อ้างว่าคนกลางหลอกเขาเหมือนกันทำเหมือนว่าโดนหลอกทั้งคู่ ซึ่งหลอกคู่หรือไม่เราไม่รู้ แต่เรายึดตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งในเรื่องนี้คนกลางโดนดำเนินคดีว่าเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรง ตนเข้าใจว่าศาลทำไมถึงลงว่าอย่างร้ายแรงเป็นภัยต่อสังคมเพราะเขาหลอกยายไปเซ็นเอาเงินให้ยายจับจนยายหลงซึ่งตนฝากตำรวจ สภ.คลองหลวง ให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะยายโดนกระทำมาแบบนี้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการให้ตามตัวบทกฎหมายตนฝากตรงนี้ด้วยละกัน ทนายรณณรงค์ กล่าว

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี