กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ ได้สรุปรายงานสถานการณ์ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน หลังจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงพัดถล่มในพื้นที่อำเภอคำม่วง รวมทั้งมีฝนตกหนักหลายพื้นใน จ.กาฬสินธุ์โดยจากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบคือ ต.นาทัน อ.คำม่วง รวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 7, หมู่ 9, หมู่ 11 และ หมู่ 12 มีประชาชนได้รับผลกระทบ 23 ครัวเรือน บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายบางส่วน 23 หลัง ยุ้งข้าว 1 หลัง และคอกสัตว์ 1 หลัง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งทางนายอำเภอคำม่วงได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อรวมสถิติผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยรวม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอห้วยเม็ก และอำเภอคำม่วง (รวม 3 ตำบล 7 หมู่บ้าน) ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 35 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหาย 30 หลัง ยุ้งข้าว คอกสัตว์ โรงเรือนเกษตร โรงเพาะเห็ด และอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ได้รับความเสียหายอย่างละ 1 รายการ

ด้านน.ส.อรทัย บุญสร้อย ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์ ได้รายงานเบื้องต้นถึงปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีฝนตกกระจายตัวในหลายพื้นที่ โดยวัดปริมาณฝนสูงสุดได้ที่ อำเภอห้วยเม็ก 75.0 มิลลิเมตร, รองลงมาคือ อำเภอเขาวง 54.0 มิลลิเมตร, อำเภอท่าคันโท 40.0 มิลลิเมตร และอำเภอสมเด็จ 36.0 มิลลิเมตร ตามลำดับ

ขณะที่นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอทุกพื้นที่ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล เพื่อสแตนด์บายให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ยังได้เน้นย้ำให้ใช้กลไกผู้นำชุมชนและหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ โดยขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงเตือนให้เกษตรกรผูกยึดไม้ผลให้มั่นคงและดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัย ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ได้ทันที