นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มอบหมายให้นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ในการนำไม้ยืนต้นที่ปลูกในที่ดินของตนเองมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยไม่ต้องตัดโค่นต้นไม้

นายจิตรกร เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้บูรณาการความร่วมมือกับ ธ.ก.ส. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดต่าง ๆ ลงพื้นที่สร้างการรับรู้แล้วกว่า 13 จังหวัด อาทิ ขอนแก่น สุพรรณบุรี พิษณุโลก เชียงราย และนครศรีธรรมราช และเตรียมขยายผลต่อเนื่องในเดือนมีนาคมนี้ที่จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันมีการนำไม้ยืนต้นขึ้นทะเบียนเป็นหลักประกันแล้วใน 30 จังหวัด รวม 239,921 ต้น จำนวน 320 สัญญา คิดเป็นวงเงินประกันมากกว่า 188 ล้านบาท สะท้อนแนวคิด “ต้นไม้ยังอยู่ แต่สร้างทุนหมุนเวียนได้” โดยไม่ต้องโค่นขาย ในการอบรมครั้งนี้ ธ.ก.ส. ยังสาธิตวิธีประเมินมูลค่าไม้ยืนต้น เช่น ต้นไม้ต้องมีอายุมากกว่า 1 ปี และวัดเส้นรอบวงลำต้นที่ความสูง 130 เซนติเมตรจากพื้นดิน เพื่อนำมาคำนวณมูลค่า พร้อมให้ความรู้เรื่องการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) หากชุมชนมีความเข้าใจและดำเนินการตามกระบวนการอย่างถูกต้อง

ด้านนายสมพร บวรประภาพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพิธีการสินเชื่อ ธ.ก.ส. ระบุว่า ธ.ก.ส. มุ่งสนับสนุนเกษตรกรให้เข้าถึงแหล่งทุนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและทรัพยากรในชุมชน ไม้ยืนต้นสามารถพัฒนาเป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจได้ หากมีการประเมินมูลค่าและจดทะเบียนตามกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจอย่างถูกต้อง เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องขายที่ดินหรือโค่นต้นไม้เพื่อสร้างสภาพคล่อง แต่สามารถใช้ต้นไม้เป็นหลักประกันต่อยอดอาชีพได้

สำหรับวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน ปัจจุบันมีสมาชิก 753 ราย ครอบคลุม 5 หมู่บ้าน ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจและสมุนไพร เช่น ใบหมี่ มะกรูด ขมิ้นชัน และอัญชัน เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “ชีวาร์ (Chewar)” สร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนอย่างเข้มแข็ง การลงพื้นที่ครั้งนี้ จึงไม่เพียงให้ความรู้ด้านกฎหมายและการเงิน แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ให้ชุมชนเห็นคุณค่าของต้นไม้ในฐานะ “ทรัพย์สินทางธุรกิจ” ที่สามารถต่อยอดรายได้ทั้งจากสินเชื่อและตลาดคาร์บอนเครดิต เสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ครัวเรือนและชุมชนจังหวัดน่านในระยะยาว.
กัลยา สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน