พลเรือเอก คณีพล สงเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามผลการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามคณะลงพื้นที่ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ .

โดย กองทัพภาคที่ 3 และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 ไฟป่าหมอกควัน เพื่อสนับสนุนการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยการนำจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน และจิตอาสาภาคประชาชน รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเป็นแกนนำในการนำประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในชุมชนของตนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน อาทิ การจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ การจัดกิจกรรมไถกลบวัสดุทางการเกษตร รณรงค์ประสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผ่านการประชาคมหมู่บ้าน การสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ อาทิ การสร้างฝาย การทำป่าเปียก ส่งผลให้ในห้วงระยะเวลาผ่านมาจำนวนจุดความร้อน พื้นที่ เผาไหม้ ตลอดจนนำนวนวันที่ค่าคุณภาพอากาศ ดีขึ้นตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ในการขับเคลื่อนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ปีนี้ได้จัดทำมาตรการพิเศษที่ถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมาโดยพบว่าหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่ามาจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งจังหวัดได้จัดจ้างและจัดหาอาชีพให้ผู้ที่มีอาชีพหาของป่า ล่าสัตว์ ได้มีงานทำในช่วงที่มีการบังคับใช้ประกาศห้ามเผา ให้ชาวบ้านหันมาเป็นผู้สอดส่องดูแลป่าเพื่อไม่ให้เกิดไฟในพื้นที่แทน ควบคู่กับการทำประกันชีวิตให้กับอาสาดับไฟป่าและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟ จำนวน 20,000 คน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและคุ้มครองชีวิตและการบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติภารกิจเสี่ยงภัย

ในที่ประชุม พลเรือเอก คณีพล สงเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เน้นย้ำให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กำชับใช้แพทย์ประจำโรงพยาบาลทุกแห่งให้ความรู้ประชาชนที่มาเข้ารับการรักษาได้ตระหนักรู้ถึงภัยของฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพตัวเองมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะช่วงที่ปริมาณฝุ่นสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ให้ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ แนะนำให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปลูกพืชชนิดต่างๆ ที่ให้ผลประโยชน์มากกว่าการทำไร่เลื่อนลอย เพื่อให้ประชาชนหันมาดูแลป่าไม้แทนการเผาทำลายความอุดมสมบูรณ์ของของป่าไม้ ทั้งนี้ ในส่วนของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน พร้อมช่วยเหลือทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด