นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน ขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนทั่วไปที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.กทม. พรรคกล้าธรรม เขต 9 นายรัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ เบอร์ 10 โดยมี ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 11 นายธีระเดช นาซีก เบอร์ 8 , และเขต 12 นายนนท์ปวิธ แก้วงาม เบอร์ 16 , เขต 15 นางสาวปวริศา คุณาวรนนท์ เบอร์ 7 ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชนด้วย

ขณะที่นางปวีณา และคณะเดินรณรงค์หาเสียงนั้น บรรดาพ่อค้า แม่ค้า และชาวบ้านทั่วไปที่คุ้นเคยและรู้จักนางปวีณา เมื่อครั้งเป็น สส.ช่วยเหลือสังคมมาตลอดต่างพากันเดินเข้ามาทักทาย ขอกอดด้วยความคิดถึง และขอถ่ายภาพร่วมกันเป็นจำนวนมาก บรรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีเสียงหัวเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา

จากนั้น นางปวีณา ได้กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ทำงานเพื่อสังคม ตนเองไม่เคยทิ้งประชาชน และยังคงยืนหยัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด วันนี้ที่ตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง เพราะปัญหาสังคมในปัจจุบันกำลังเหลวแหลกและเกือบจะล่มสลาย หากปล่อยให้ความยากจนยังครองเมืองอยู่ ลูกหลานของเราจะอยู่กันอย่างไร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาสังคมอย่างจริงจัง

นางปวีณา กล่าวอีกว่า รายได้ส่วนหนึ่งของประเทศไทยมาจากการส่งออก ประเทศไทยมีผักและผลไม้หลากหลายชนิดที่มีคุณภาพ หากมีการผลักดันด้านการส่งออกอย่างจริงจัง จะสามารถช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนได้ “พรรคกล้าธรรม เราจะดูแลทุกชีวิตให้มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในปวีณา และเชื่อมั่นในการทำงานของพรรคกล้าธรรม ค่ะ” นางปวีณา กล่าว

จากนั้น นางปวีณา พร้อมด้วยนายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นำคณะผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม เดินทางไปเยี่ยมพบปะและรับฟังปัญหาของผู้พิการทุกประเภทที่มูลนิธิออทิสติกไทย เขตตลิ่งชัน โดยมีนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) นำให้การต้อนรับ และมีสมาชิกมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้พิการทุกประเภท พร้อมผู้ปกครองรวมกว่า 100 คน มาร่วมสะท้อนปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

โอกาสนี้ นายชูศักดิ์ ได้แนะนำตัวแทนสมาชิกมูลนิธิฯ ที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาผู้พิการทุกประเภท 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การแพทย์และสุขภาวะ 2 สวัสดิการ บ้านพักสำหรับคนพิการ 3 การศึกษา โรงเรียนรับนักเรียนพิเศษ โดยไม่มีเงื่อนไข มีระบบส่งต่อในระดับที่สูงขึ้น 4 ด้านอาชีพ มีงานทำ อาชีพอิสระ เสริมรายได้ให้ครอบครัว 5 เบี้ยคนพิการปรับเพิ่มขึ้น 1000-1500 บาทต่อเดือน เพื่อสอดคล้องกับค่าครองชีพ

นางปวีณา กล่าวว่า ขอขอบคุณทางตัวแทนมูลนิธิฯ ที่สะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางคนพิการทุกประเภท ซึ่งยืนยืนว่า ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายด้านสังคมของพรรคกล้าธรรม ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางอาชีพแก่ผู้พิการเป็นลำดับแรก โดยพรรคมีแนวคิดผลักดันให้จัดตั้ง “สถาบันฝึกอาชีพคนพิการ” เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ และศักยภาพของผู้พิการให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นคง ตรงกับความสามารถและความถนัดของแต่ละบุคคล ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ผู้พิการมีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้สังคมได้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของผู้พิการ

อีกนโยบายที่สำคัญ คือ การผลักดันโครงการ “หมู่บ้านคนพิการ” ในรูปแบบบ้านราคาประหยัด ผ่อนชำระได้ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พิการ ” ดิฉันได้รับมอบหมายจากพรรคกล้าธรรม ให้เป็นผู้เขียนนโยบายด้านสังคมด้วยมือตัวเอง ซึ่งมาจากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่ทำงานเพื่อสังคมมาตลอด จึงได้รับรู้ถึงความทุกข์ร้อนของชาวบ้านในชุมชนอย่างดีจึงขอให้มั่นใจว่า หากพรรคกล้าธรรมได้มีโอกาสเข้าทำงานร่วมรัฐบาล ดิฉันพร้อมทำงานเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และได้รับสิทธิความเท่าเทียมเช่นเดียวกับคนทั่วไปอย่างแท้จริง”