จากกรณีโซเชียลโพสต์เรื่องราวว่า มีเงินรางวัล 50,000 บาท ใครพบแมวหายชื่อ ถุงทองปลอกคอแบบนี้ลักษณะเด่น : เป็นแมวส้ม ตัวยาว มีปอกคอสีมิ้นต์กับจี้แมวสีเหลืองติดอยู่ เป็นแมวเพศผู้ ทำหมันแล้ว น้องคุ้นกับคนไม่ดุ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบ นายปฐวีกรณ์ ปัจจุทกา อายุ 53 ปี และพี่ณัฐชยา ซึ่งเป็นภรรยา เล่าว่า ตนและครอบครัวประกอบกิจกาอสังหาริมทรัพย์ และช่วง 6 ปีที่ผ่านมาตนและครอบครัวได้น้องแมวมาตั้งแต่ตัวเล็กๆมาเลี้ยงก่อนตั้งชื่อว่า”ถุงทอง” ซึ่งเป็นแมวเพศผู้หางขอดเป็นแมวมงคลเป็นแมวส้ม ตัวยาวมีปอกคอสีมิ้นต์ กับจี้แมวสีเหลืองติดอยู่ที่คอซึ่งทางบ้านก็เลี้ยงถุงทองมาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว น้องจะเป็นแมวที่น่ารักขี้อ้อนไม่กลัวคนซึ่งทางบ้านก็เลี้ยงถุงทองเหมือนลูกคนหนึ่งเป็นสมาชิกในครัอบครัวไปแล้วนอนด้วยกันและเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาถุงทองได้หายออกจากบ้านไป ซึ่งวันนั้นตนและภรรยาไปต่างจังหวัดและลูกๆโทรบอกตนว่าถุงทองหายออกจากบ้านพอตนกับมาก็ได้ออกตามหาถุงทองแต่ก็ไม่พบน้อง

คืบหน้าล่าสุด นายปฐวีกรณ์และภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวออกไปปรากฏว่า มีพลเมืองดีจำนวนมาก แจ้งเข้ามาที่เบอร์มือถือของตนว่าพบแมวซึ่งน่าจะเป็นถุงทองและให้ตนออกไปดูตนก็รีบบึ่งรถไปดูทันที ทุกที่ๆได้รับแจ้งแต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่ใช่น้องถุงทองแมวของตนแต่อย่างใด ตอนนี้ตนก็เบิกเงิน 100,000 บาท พกไว้ติดตัวตลอด พร้อมทั้งให้ภรรยาปริ้นใบประกาศ รูปภาพตามหาน้องถุงทองและออกตระเวน ติดใบประกาศตามร้านค้าในละแวกใกล้บ้าน และห่างไกลออกไปอีก 5-10 กิโล ด้วยหวังลึกๆว่าจะเจอน้องถุงทองที่มีคนพบและเลี้ยงไว้ แต่ก็ยังไม่เจอน้องถุงทองที่รับแจ้งจากพลเมืองดีและไปดูตามสถานที่ต่างๆตามที่มีคนแจ้งเข้ามาก็พบแต่เพียงสีลักษณะใกล้เคียง แต่ไม่ใช่น้องถุงทอง ตนก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่แจ้งเบาะแสเข้ามาหากว่าเป็นน้องถุงทองจริงๆ ตนจะมอบสินน้ำใจให้ทันที 100,000 บาทโดยไม่มีข้อแม้ ตอนนี้ที่สำคัญตนห่วงความปลอดภัยของน้องเขามากที่สุด หากไม่มีใครเจอหรือเก็บเลี้ยงไว้ตอนนี้ก็กลัวว่าน้องเขาจะถูกรถชน ก็ฝากพี่ๆสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงหากใครเจอสามารถโทรหาตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพราะตอนนี้ตนกับภรรยาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับไม่เป็นอันทำงาน วันนี้ก็ตระเวนแต่เช้าจนถึงบ่าย เพื่อนำใบประกาศไปติดตามสถานที่ต่างๆ ทั้งบ้านเรือนทั้งร้านค้าที่ขายของอยู่ใกล้เคียงด้วยหวังลึกๆว่าจะเจอน้องถุงทอง

นายเอก อายุ 52 ปีพ่อค้าร้านข้าวขาหมูเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยรอยยิ้มว่า ตนก็อยากให้น้องถุงทองหลงมาอยู่ที่หน้าร้านตน เพราะถ้าเจอจะจับไว้แล้วถือว่าเป็นโชค นี่ถ้าหยุดขายของได้ไม่ต้องหาเงินคงตระเวนหาน้องถุงทองเผื่อจะฟลุ๊คเจอตัวได้เงินรางวัลจำนวนมากมาใช้จ่ายลดภาระหนี้สิน ได้มากเลย
ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี