Statistiche web
เพชรบูรณ์ คนร้าย 5 คนพร้อมอาวุธก่อเหตุขโมยมะขามหวานยกสวน

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายยุทธ  น้อยสิงห์ อายุ 54 ปี และ นางแจ๋ว พึ่งศิริ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 17 ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ว่ามีโจร 5 คน พร้อมอาวุธปืน ใช้รถยนต์กระบะ ออกก่อเหตุออกอาละวาดขโมยมะขามหวาน ในช่วงกลางดึก เป็นระยะเวลาติดต่อกันหลายวันจนทำให้มะขามหวานหายไปกว่า 3,000-4,000  กิโลกรัม พร้อมทั้งข้าวโพดที่สี อีก 1,000 กิโลกรัม แล้วเก็บไว้ในบ้านเช่าบริเวณสวนมะขาม ความเสียหาย คิดเป็นเงินหลายแสนบาท แจ้งตำรวจ สภ,ชนแดน แล้ว แต่คดีอยู่ในระหว่างติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีคดีตามกฎหมาย จึงออกมาเตือนภัยเพื่อนเกษตรกรผ่านสื่อ ให้ระวัง จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสวนมะขามหวาน อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ปลูกมะขามหวาน ประมาณ 10 ไร่ ผลผลิตมะขามหวาน ที่ถูกขโมยไปแทบจะไม่เหลือแล้ว

จากการสอบถาม นายยุทธ น้อยสิงห์ อายุ 54 ปี  เจ้าของสวน เผยว่า ตนมาเช่าที่ปลูกมะขามหวานมาประมาณ 20 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีถูกขโมยบ้างแต่ก็ไม่เยอะ แต่ครั้งนี้หัวขโมยมีประมาณ 4-5 คน มีอาวุธปืน ทั้งปืนสั้น ปืนยาว ครบทุกคน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง ปลายเดือน พฤศจิกายน 2568 ต่อเนื่องถึงเดือน มกราคม 2569 ครั้งแรกประมาณวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ตนสังเกตว่า มะขามหวาน ที่กำลังสุกหายไปอย่างผิดปกติและคาดว่าน่าจะถูกขโมย จึงได้มานอนเฝ้าอยู่ที่ไร่ ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร

.กระทั่งในช่วงปีใหม่ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ขณะตนนอนอยู่กับพื้นใน ป่ามะขามหวาน สังเกตเห็นชาย 4-5 คน เดินเข้ามาในไร่ และส่องไฟสปอร์ตไลท์โซล่าเซลล์ นั่งลงใต้ต้นมะขาม ตนจึงย่องเข้าไปดูซึ่งในขณะนั้นมืดมาก แต่จุดที่หัวขโมยอยู่มีแสงสว่างจากไฟโซล่าเซลล์ ทำให้เห็นว่ากลุ่มหัวขโมยมีการเสพยาบ้ากันด้วย จากนั้นก็ใช้บันไดปีนขึ้นไปเก็บ มะขามหวาน ใส่ถุงปุ๋ยอย่างใจเย็นเหมือนเป็นเจ้าของสวนเอง ตนจึงได้ย่องออกมาและไปบอกภรรยาให้โทรแจ้งตำรวจ และกำชับว่าให้จอดรถไว้ไกลๆ แล้วเดินเข้ามา เพราะเกรงว่าคนร้ายจะไหวตัวทัน

.ต่อมาไม่นานตำรวจก็เดินทางมา แต่มาเพียงคนเดียวในชุดลำลอง ไม่มีอาวุธ ตนจึงเล่าเรื่องราวให้ฟังและกำชับว่าคนร้ายมีอาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บอกกับตนว่าปล่อยให้เขาขโมยไปซักคืนก็ได้ เพราะถ้าเข้าไปตอนนี้ก็อาจจะเกิดเหตุร้ายได้ จากนั้นก็ได้เดินจากไป “ตนได้ยินดังนั้นถึงกับน้ำตาร่วง และมานั่งอยู่ในหลุมแอบดูคนร้ายขโมยมะขาม ด้วยความช้ำใจ กระทั่งเวลาประมาณตี 2 คนร้ายก็ออกจากพื้นที่ไปพร้อมด้วย มะขามหวาน เป็นจำนวนมาก พอรุ่งเช้าตนจึงเดินทางไปที่ สภ.ชนแดน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ซึ่งได้เดินทางมาเก็บภาพและหลักฐาน แต่หลังจากวันนั้นก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

หลังจากนั้นคนร้ายก็ยังแอบมาขโมยอีกหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่คนร้ายกำลังปีนเก็บมะขามหวานกลางดึก ตนได้จุดประทัดไล่ คนร้ายตกใจตกลงมาจากต้นมะขามได้รับบาดเจ็บและวิ่งหนีไป ตนไม่กล้าวิ่งตามเพราะเกรงว่าจะมีคนร้ายหลายคนและกลัวว่าคนร้ายจะมีอาวุธด้วย จึงได้ไปตามญาติให้นำรถมาขับตามหา แต่ก็ไม่พบ ซึ่งตนก็พอจะรู้ว่าคนร้ายเป็นใคร หลังจากที่ตนไปแจ้งความร้องทุกข์ ชายคนที่ตนสงสัยก็ได้หายออกจากหมู่บ้านไป และนอกจากนั้นก็ยังมีการส่งข้อความมาขู่ภรรยาตนอีกด้วย “รวมมะขามที่ถูกขโมยไปน่าจะประมาณ 3,000-4,000 กิโลกรัม ซึ่งแต่ละปี ตนก็จะเก็บได้ประมาณปีละ 3,000 – 4,000 กิโลกรัม ส่วนที่เหลือกำลังจ้างคนงานมาเก็บคาดน่าจะเหลือไม่ถึง 1,000 กิโลกรัม ขายคงไม่พอค่าเช่าแน่ ซึ่งในปีนี้มะขามหวานผลผลิตและราคาค่อนข้างดี กิโลกรัมละ 40-50 บาท นายยุทธ น้อยสิงห์ ยังเล่าให้ฟังอีกว่านอกจากมะขามหวานแล้ว คนร้ายก็ยังใช้โอกาสที่ตนออกไปทำธุระข้างนอก มาขโมยข้าวโพดที่ตากไว้เพื่อที่จะนำไปขายให้กับคนเลี้ยงไก่ หายไปเกือบ 1 พันกิโลกรัม ตอนนี้เหลือติดอยู่แค่ก้นเล้าเท่านั้นเอง จึงอยากจะฝากเตือนเกษตรกรและชาวสวนให้ดูแสสวนมะขามให้ดีๆ อีกทั้งวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

/เดชา มลามาตย์