Statistiche web
อุดรธานี เปิดเวทีพหุวัฒนธรรม CSD สัมพันธ์ ครั้งที่ 24 ชูการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

สมาคมพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น และสังคม (สพช.) ร่วมกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เปิดการประชุมวิชาการการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น และสังคมระดับชาติ (CSD สัมพันธ์) ครั้งที่ 24 ภายใต้แนวคิด “พหุวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ศูนย์สามพร้าว จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 27–30 มกราคม 2569

การประชุมครั้งนี้มีคณาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจด้านการพัฒนาชุมชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 1,100 คน สะท้อนบทบาทของเวทีวิชาการที่มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านชุมชน ท้องถิ่น และสังคม เข้ากับบริบทความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ว่าที่ร้อยโท ดร.เกรียงไกร ธุระพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า การจัดประชุม CSD สัมพันธ์ ครั้งที่ 24 มีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและคณาจารย์ได้นำเสนอผลงานวิชาการและนวัตกรรมด้านการพัฒนาชุมชน

ภายในงานแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ภาควิชาการ และภาคกิจกรรมสัมพันธ์ โดยภาควิชาการประกอบด้วยการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พหุวัฒนธรรมกับการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” การเสวนาแลกเปลี่ยนประเด็นการพัฒนาใน 4 ภูมิภาค การนำเสนอผลงานวิชาการของอาจารย์และนักศึกษา รวมถึงการแข่งขันทักษะทางวิชาการ และการจัดตลาดนัดความรู้และนิทรรศการผลิตภัณฑ์ชุมชน

ขณะที่ภาคกิจกรรมสัมพันธ์ มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่ายการพัฒนาชุมชน ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของนักศึกษาจาก 4 ภูมิภาค การประชุมเครือข่ายคณาจารย์ และการทัศนศึกษาเรียนรู้ภาคสนามในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า การจัดประชุม CSD สัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 24 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนางานด้านชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายนิสิต นักศึกษา และนักวิชาการ เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีทางวิชาการ หากยังเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้พหุวัฒนธรรม การสร้างมิตรภาพ และการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับบริบทสังคมที่หลากหลายของประเทศไทย