ไทย–กัมพูชา เร่งประสานช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์ในต่างแดน 29 ราย หลังถูกหลอกไปทำงานแก๊งสแกมเมอร์ ล่าสุดเดินทางกลับประเทศผ่านด่านถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว
เจ้าหน้าที่ไทยร่วมกับทางการกัมพูชา เร่งให้ความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้า กรณีคนไทยตกทุกข์ในต่างแดน หลังถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมายในขบวนการสแกมเมอร์ โดยสามารถช่วยเหลือคนไทยได้ทั้งหมด 29 ราย แบ่งเป็นหญิง 14 คน ชาย 15 คน เดินทางกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวและญาติที่มารอรับ
การช่วยเหลือครั้งนี้ มี พลตำรวจตรี ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2 พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี และนาวาเอกกิตติภูมิ สืบศาสนา ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย ณ กรุงพนมเปญ ร่วมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อเร่งนำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงและส่งกลับประเทศอย่างปลอดภัย
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569 เมื่อคนไทยทั้ง 29 ราย ได้เข้าขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในฐานะคนไทยตกทุกข์ในต่างประเทศ หลังถูกหลอกไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์หลายแห่งในประเทศกัมพูชา
สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ประสานทางการกัมพูชาเพื่อนำตัวคนไทยทั้งหมดออกจากศูนย์สแกมเมอร์ ก่อนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาจะดำเนินการเนรเทศกลับประเทศไทย พร้อมออกเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน (ETD) และอนุญาตให้เดินทางกลับผ่านด่านถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าภายในกลุ่มผู้ได้รับการช่วยเหลือ มีบุคคลที่ถูกหมายจับตามกฎหมายไทยจำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยแยกกระบวนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมออกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน หนึ่งในผู้ได้รับการช่วยเหลือ คือ น้องไอน้ำอายุ 20 ปี ชาวจังหวัดลำปาง นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีสุดท้าย ถูกหลอกผ่านเพจหางานออนไลน์ อ้างให้มาฝึกอบรมงานในจังหวัดจันทบุรีพร้อมค่าตอบแทนสูง ก่อนถูกพาข้ามแดนในเวลากลางคืนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 6 บัญชี บรรยากาศที่ด่านบ้านผักกาด เป็นไปด้วยความตื้นตันใจ ครอบครัวของน้องไอน้ำเดินทางมารอรับตั้งแต่ช่วงเช้า แม้กำหนดการจะมีการเลื่อนเวลา แต่เมื่อได้พบหน้ากันในสภาพปลอดภัย ทุกคนต่างโผเข้ากอดด้วยความโล่งใจ
ด้านนายปัญญพนต์ กล้าธรรม ลุงของน้องไอน้ำ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่หลานสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ให้ใช้ความระมัดระวังในการหางานผ่านสื่อออนไลน์ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงเช่นเดียวกับกรณีนี้.
@chaijexu จันทบุรี ช่วยคนไทย 29 ราย พ้นขบวนการสแกมเมอร์ กลับบ้านผ่านด่านบ้านผักกาด ไทย–กัมพูชา เร่งประสานช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์ในต่างแดน 29 ราย หลังถูกหลอกไปทำงานแก๊งสแกมเมอร์ ล่าสุดเดินทางกลับประเทศผ่านด่านถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว เจ้าหน้าที่ไทยร่วมกับทางการกัมพูชา เร่งให้ความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้า กรณีคนไทยตกทุกข์ในต่างแดน หลังถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมายในขบวนการสแกมเมอร์ โดยสามารถช่วยเหลือคนไทยได้ทั้งหมด 29 ราย แบ่งเป็นหญิง 14 คน ชาย 15 คน เดินทางกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวและญาติที่มารอรับ การช่วยเหลือครั้งนี้ มี พลตำรวจตรี ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2 พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี และนาวาเอกกิตติภูมิ สืบศาสนา ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย ณ กรุงพนมเปญ ร่วมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อเร่งนำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงและส่งกลับประเทศอย่างปลอดภัย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569 เมื่อคนไทยทั้ง 29 ราย ได้เข้าขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในฐานะคนไทยตกทุกข์ในต่างประเทศ หลังถูกหลอกไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์หลายแห่งในประเทศกัมพูชา สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ประสานทางการกัมพูชาเพื่อนำตัวคนไทยทั้งหมดออกจากศูนย์สแกมเมอร์ ก่อนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาจะดำเนินการเนรเทศกลับประเทศไทย พร้อมออกเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน (ETD) และอนุญาตให้เดินทางกลับผ่านด่านถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าภายในกลุ่มผู้ได้รับการช่วยเหลือ มีบุคคลที่ถูกหมายจับตามกฎหมายไทยจำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยแยกกระบวนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมออกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน หนึ่งในผู้ได้รับการช่วยเหลือ คือ น้องไอน้ำอายุ 20 ปี ชาวจังหวัดลำปาง นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีสุดท้าย ถูกหลอกผ่านเพจหางานออนไลน์ อ้างให้มาฝึกอบรมงานในจังหวัดจันทบุรีพร้อมค่าตอบแทนสูง ก่อนถูกพาข้ามแดนในเวลากลางคืนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 6 บัญชี บรรยากาศที่ด่านบ้านผักกาด เป็นไปด้วยความตื้นตันใจ ครอบครัวของน้องไอน้ำเดินทางมารอรับตั้งแต่ช่วงเช้า แม้กำหนดการจะมีการเลื่อนเวลา แต่เมื่อได้พบหน้ากันในสภาพปลอดภัย ทุกคนต่างโผเข้ากอดด้วยความโล่งใจ ด้านนายปัญญพนต์ กล้าธรรม ลุงของน้องไอน้ำ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่หลานสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ให้ใช้ความระมัดระวังในการหางานผ่านสื่อออนไลน์ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงเช่นเดียวกับกรณีนี้. ภาพ/ข่าว ทีมข่าวเฉพาะกิจ จ.จันทบุรี
♬ เสียงต้นฉบับ – TONGJUDKADHAD NEWS – TONGJUDKADHAD NEWS
ภาพ/ข่าว ทีมข่าวเฉพาะกิจ จ.จันทบุรี