รัฐบาลก่อทูเลย์ (Government of Kawthoolei – G.O.K.) ออกแถลงการณ์สำคัญประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ แยกตัวออกจากสหภาพเมียนมา พร้อมสถาปนา “สาธารณรัฐก่อทูเลย์” เป็นรัฐเอกราชใหม่ ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองและความขัดแย้งภายในเมียนมาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ การประกาศเอกราชดังกล่าวมีขึ้น ณ ฐานที่มั่นแห่งหนึ่งตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ตรงข้ามพื้นที่ ตำบลหนองหลวง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยรัฐบาลก่อทูเลย์ย้ำว่า การแยกตัวครั้งนี้เป็นการใช้ “สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง” ของชนชาติกะเหรี่ยง ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนสากล แถลงการณ์ในนามรัฐบาลสาธารณรัฐก่อทูเลย์ อ้างอิงถึง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) รวมถึง อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) โดยระบุว่า ชนชาวกะเหรี่ยงในดินแดนก่อทูเลย์ต้องเผชิญกับการกดขี่ การเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบมาอย่างยาวนาน


รัฐบาลก่อทูเลย์ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างชนชาติกะเหรี่ยงกับรัฐเมียนมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 เพียงหนึ่งปีหลังเมียนมาได้รับเอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่า 77 ปี ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ซึ่งถูกกล่าวหาว่ายึดถือแนวคิดชาตินิยมสุดโต่งและความเหนือกว่าทางเชื้อชาติ นำไปสู่ความรุนแรง การอพยพ และวิกฤตมนุษยธรรมในวงกว้างในเชิงโครงสร้างรัฐ แถลงการณ์ระบุว่า สาธารณรัฐก่อทูเลย์จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เคารพเจตจำนงของประชาชน ยึดหลักนิติรัฐ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกกลุ่ม ขณะที่ระบบเศรษฐกิจจะยึดแนวทาง เศรษฐกิจตลาดเสรี ต่อต้านการผูกขาด และเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศ

ด้านนโยบายต่างประเทศ รัฐบาลก่อทูเลย์ประกาศยอมรับกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างรัฐ พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะเป็น “สมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมโลก” พร้อมกันนี้ รัฐบาลก่อทูเลย์ได้เรียกร้องต่อรัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่ยึดมั่นในสันติภาพ ให้การสนับสนุนในมิติด้านมนุษยธรรม การทูต และการเมือง รวมถึงการพิจารณาให้การรับรองสถานะของสาธารณรัฐก่อทูเลย์ในเวทีระหว่างประเทศ

สำหรับโครงสร้างฝ่ายบริหาร รัฐบาลสาธารณรัฐก่อทูเลย์ได้ประกาศรายชื่อคณะผู้นำชุดแรก ประกอบด้วย พล.อ. (ซอ) เนอดา เมียะ บุตรชายของนายพลโบเมียะ อดีตผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีคนแรก ซอ ฮซาร์ เกย์ โป รองประธานาธิบดีคนที่ 1 และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซอ เดวิด ทาเคอร์พอว์ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพันธมิตร ซอ โพว์ ทูเลย์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการศาสนา ซอ เดวิด ลอว์ดู รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รายงานข่าวระบุว่า แนวทางการจัดตั้งรัฐใหม่ของก่อทูเลย์ จะเริ่มจากการจัดทำ บัตรประจำตัวประชาชนชนชาติกะเหรี่ยง การวางโครงสร้างการปกครองเป็นลำดับขั้น ระยะสั้น–กลาง–ยาว และการจัดให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก 4 ปี

นักวิเคราะห์ด้านการเมืองระหว่างประเทศมองว่า การประกาศเอกราชของก่อทูเลย์เกิดขึ้นในจังหวะที่เมียนมายังคงเผชิญภาวะรัฐล้มเหลว (Failed State) และความแตกแยกทางอำนาจอย่างรุนแรง โดยประเด็นที่ประชาคมโลกจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ท่าทีตอบสนองของรัฐบาลเมียนมา ประเทศเพื่อนบ้าน และองค์กรระหว่างประเทศ ต่อการรับรองรัฐเอกราชใหม่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐก่อทูเลย์” อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจส่งผลสะเทือนต่อทิศทางความขัดแย้งชาติพันธุ์ในเมียนมาในระยะยาว
ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน