ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจศูนย์อพยพแห่งหนึ่งที่จังหวัดศรีสะเกษจัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่ามีผู้อพยพจากอำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เข้าพักอาศัยกว่า 2,000 คน โดยศูนย์ดังกล่าวยังสามารถรองรับผู้อพยพได้เพิ่มเติม ภายในศูนย์อพยพมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสุขภาพ อาหาร และความเป็นอยู่ โดยมีการจัดอาหารวันละ 3 มื้อ เพียงพอต่อความต้องการ หากผู้ใดรับประทานไม่อิ่มสามารถรับเพิ่มได้
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางพูน ภูมิชื่นชม อายุ 62 ปี ชาวตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ ซึ่งอาศัยอยู่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เล่าว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ผู้ใหญ่บ้านประกาศแจ้งให้ชาวบ้านเตรียมอพยพ กระทั่งวันที่ 8 ได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังสนั่น จึงมีคำสั่งให้อพยพทันที ผู้ที่ไม่มีรถสามารถขึ้นรถของผู้ใหญ่บ้านได้ ตนจึงอพยพออกมาตั้งแต่วันนั้นและมาพักอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้

นางพูนกล่าวว่า ที่นอนมีเพียงพอ แต่ยังขาดแคลนผ้าห่มและมุ้ง เนื่องจากมีผู้อพยพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่จะนำมาแจกหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่ทั่วถึง จึงต้องลงทะเบียนรอรับในภายหลัง พร้อมยอมรับว่า คิดถึงบ้านและอยากให้สงครามยุติโดยเร็ว ไม่อยากให้เหตุการณ์ความรุนแรงลุกลามไปถึงรุ่นลูกหลาน “หลังทราบข่าวว่าทหารไทยสามารถยึดคืนปราสาทตาควายได้ รู้สึกดีใจมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทหารไทยทุกนาย ปลอดภัย และไม่อยากให้มีการสูญเสียอีกต่อไป อยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบเหมือนเดิม” นางพูนกล่าว
ขณะเดียวกัน คุณยายกร สีสัน อายุ 75 ปี ชาวอำเภอกันทรลักษ์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนอพยพมาตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ความเป็นอยู่ภายในศูนย์ถือว่าสะดวกสบาย มีอาหารกินอิ่ม แต่ยังขาดแคลนผ้าห่มและมุ้ง โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว เนื่องจากตอนอพยพออกมารีบเร่ง นำติดตัวมาเพียงเสื้อผ้าและเสื่อเท่านั้น คุณยายกรกล่าวถึงทหารแนวหน้าด้วยความสงสารว่า “อยากให้สงครามจบเร็วๆ สงสารลูกหลานทหารที่ต้องเสียสละชีวิต ไม่รู้ว่าพวกเขาได้กินอิ่ม นอนหลับหรือไม่ ขณะที่ตนอยู่ที่นี่กินอิ่มนอนหลับสบาย หากเห็นข่าวทหารเสียชีวิตก็อดร้องไห้ไม่ได้” พร้อมกันนี้ หลังทราบข่าวว่าทหารไทยสามารถยึดคืนปราสาทตาควายได้ คุณยายกรยกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ และกล่าวขอบคุณทหารไทยทุกนายที่ปกป้องผืนแผ่นดินและประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษมีผู้อพยพพักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 99,162 คน และอาศัยอยู่กับญาติ 6,912 คน รวมผู้อพยพทั้งหมด 106,074 คน โดยจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์อพยพจำนวน 521 แห่ง สามารถรองรับได้รวม 117,958 คน ซึ่งยังสามารถรองรับผู้อพยพเพิ่มเติมได้อีก 11,884 คน/
ภาพ-ข่าว จิรภัทร หมายสุข จ.ศรีสะเกษ