มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดตัวข้าวเหนียวพันธุ์ใหม่ “หอม มพ.1” ผลงานวิจัยไทยที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรภาคเหนือตอนบน ชูจุดเด่นกลิ่นหอม นุ่ม อร่อย ทนโรค ให้ผลผลิตสูง และปลูกได้ยืดหยุ่นกว่าพันธุ์เดิมข้าวเหนียว “หอม มพ.1” พัฒนาโดยทีมวิจัยคณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยาเพื่อลดข้อจำกัดของพันธุ์ข้าวเหนียวที่นิยมปลูกอย่าง กข6 ซึ่งมักประสบปัญหาโรคไหม้และปลูกได้เฉพาะบางฤดูกาล

ข้าวพันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้าว 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สันป่าตอง 1, กข6 และสายพันธุ์วิจัย RGD07585-5-B-MAS-12-1-MAS-14 โดยใช้ทั้งการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีตรวจดีเอ็นเอ ทำให้ได้ข้าวที่มีกลิ่นหอมชัด ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้งได้ดี ผลการทดลองปลูกพบว่า หอม มพ.1 ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ยืดหยุ่น ลำต้นแข็งแรง สูงเฉลี่ยประมาณ 126 เซนติเมตร รวงยาว เมล็ดใหญ่ ให้ผลผลิตเฉลี่ยราว 830 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้เวลาปลูกจนเก็บเกี่ยวประมาณ 140–150 วัน เหมาะกับนาปีในพื้นที่ชลประทานของภาคเหนือตอนบน

ด้านคุณภาพการบริโภค ข้าวเหนียวพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมเด่น นึ่งแล้วนุ่ม เหมาะกับอาหารพื้นบ้านล้านนา และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น ขนมพื้นเมืองหรือของฝากชุมชน ช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องให้เกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่น

ปัจจุบัน หอม มพ.1 ได้รับการรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว และอยู่ระหว่างการขยายการผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรในอนาคตอันใกล้ พร้อมเดินหน้าวิจัยต่อยอดให้สามารถปลูกในนาปรังและพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านน้ำ ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยพะเยาในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อชุมชน โดยล่าสุดยังได้จัดกิจกรรม วิถีวัฒนธรรมแห่งท้องทุ่ง เกี่ยวข้าว ตีข้าว วิถีชาวล้านนา เปิดพื้นที่เรียนรู้จริงผ่านการเก็บเกี่ยวข้าวเหนียว ข้าวหอม มพ.1 ในแปลงสาธิต สร้างการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับวิถีเกษตรดั้งเดิมอย่างยั่งยืน เมื่อเมล็ดพันธุ์ถึงมือชาวนา หอม มพ.1 ถูกคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งความหวังใหม่ของข้าวเหนียวไทย ที่ทั้งหอม แข็งแรง เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้ชุมชนภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรม