ที่โรงแรมเวลาดี นครพนม อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมด้วย นายอภิกิจ ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อแถลงคำสั่งและมอบนโยบายเร่งด่วนประจำปีงบประมาณ 2569 มุ่งเน้นการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่วิกฤต 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคอีสานเปิดยุทธการ “ปิดประตูตีแมว” ตัดวงจรยาเสพติด-สารตั้งต้น

พลตรี สุคนธรัตน์ เน้นย้ำภารกิจหลักของ นบ.ยส.24 ว่าจะต้องเป็นด่านหน้าที่แข็งแกร่งที่สุด โดยมีเป้าหมายเชิงรุก 2 ด้าน คือ 1. สกัดกั้นขาเข้า: ไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดเข้ามาในราชอาณาจักร และ 2. บล็อกขาออก: ตัดเส้นทางลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้ไหลผ่านไปยังแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงการทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้า ตัดวงจรทางการเงิน และกวาดล้างการลำเลียงผ่านระบบโลจิสติกส์ แบ่งความรับผิดชอบ 6 มาตรการเหล็ก เพื่อให้การปฏิบัติงานไร้รอยต่อ ที่ประชุมได้กำหนด 6 มาตรการหลัก ตามแนวทาง ป.ป.ส. และแบ่งมอบหน้าที่ชัดเจน ได้แก่

มาตรการสกัดกั้น: กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี รับบทแม่ทัพหลัก มาตรการปราบปราม: ตำรวจภูธรภาค 3, ภาค 4 และ บช.ปส. (กอ.รมน.) ลุยจับกุม มาตรการป้องกัน: ผู้ว่าฯ และศูนย์อำนวยการฯ จังหวัด สร้างเกราะคุ้มกัน มาตรการบำบัด: สาธารณสุขจังหวัด ดูแลผู้เสพคืนคนดีสู่สังคม มาตรการบูรณาการ: ทุกส่วนราชการผนึกกำลังร่วมกันมาตรการต่างประเทศ: ใช้กลไก GBC และชุดประสานงานชายแดนไทย-ลาว กดดันผู้ร้ายข้ามแดนโชว์ผลงานโบแดง 2 เดือน ยึดของกลางมหาศาล การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นการ “ขันทัพ” ครั้งสำคัญ เพื่อส่งสัญญาณไปยังขบวนการค้ายาเสพติดว่า ในปีงบประมาณ 2569 พื้นที่ชายแดนอีสานจะยกระดับความเข้มข้นขั้นสูงสุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและยั่งยืนให้กับหมู่บ้านและชุมชนตามแนวชายแดนสืบไป
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธญญากุลผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครพนม