นส.อภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง สั่งการให้ นายอมรฤทธิพล เขียวรุ่งเพ็ชร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ดำเนินการสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานด้วยได้รับเรื่องร้องเรียนจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่กรณีมีเยาวชนลักลอบสูบบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน จึงได้จัดชุดเฝ้าติดตามพฤติกรรมพร้อมสายลับเพื่อทำการพิสูจน์ทราบรายละเอียดแห่งความผิด จึงสามารถดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย 2 คดี พฤติการณ์ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ลักลอบหนีภาษีโดยเปิดร้านของชำบังหน้า หลังจับกุมได้ส่งดำเนินคดีในข้อหา ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ข้อ 3 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตปทุมธานี มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มีได้เสียภาษี มีไว้ครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี



พร้อมของกลาง เครื่องพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง ได้จากการสั่งซื้อ จำนวน 1 เครื่อง สำเนาธนบัตรล่อซื้อ จำนวน 500 บาท หัวพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 หัว เครื่องพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 เครื่อง เครื่องพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง จำนวน 73 เครื่อง บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ส่งออก จำนวน 460 ซอง


พนักงานฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวงและสำนักงานสรรพสามิตปทุมธานี 2 ได้นำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลางทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรในเขตพื้นที่สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป