พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 มอบหมายให้ พันเอก สันติสุข ศรีเมือง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ให้การต้อนรับ พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ในโอกาสที่เดินทางมาประชุมหารือร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และสำรวจพื้นที่ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม “ปูทาง .. สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง“ (ภาคประชาชน) รุ่นที่ 4 ในส่วนของพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งสำนักพระราชวังได้กำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยในวันนี้เป็นการหารือร่วมกันถึงแนวทางการจัดงาน และมอบหมายภารกิจให้กับหน่วยงานต่างๆ ตามบทบาทหน้าที่ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม.


สำหรับกิจกรรม “ปูทาง .. สู่การตื่นรู้ ธรรมนาวา วัง“ (ภาคประชาชน) จะหมุนเวียนจัดขึ้นครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยการจัดงานที่จะมีขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่จะจัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 4 ในส่วนของภาคเหนือ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 และจะใช้ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาเป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน สำหรับเป้าหมายของประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ตั้งไว้ที่จำนวน 5,000 คน เน้นประชาชนที่มีความสมัครใจร่วมงานเป็นหลัก โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งจะมีการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้โดยเร็วและทั่วถึงผ่านการสื่อสารทุกช่องทาง ครอบคลุมผู้ร่วมงานไปยังจังหวัดใกล้เคียงที่อยู่รอบข้างจังหวัดเชียงใหม่ด้วย โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดใกล้เคียง คือ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา และแพร่ จะมีการจัดรถบริการนำพาประชาชนเข้ามาร่วมงานที่จังหวัดเชียงใหม่ให้ด้วย

ทั้งนี้ ด้วยความที่จังหวัดเชียงใหม่มีความเพียบพร้อมในด้านสถานที่ มีศักยภาพการจัดงานที่มากกว่าจังหวัดอื่นๆ และยังมีประชาชนในบางจังหวัดที่อยากเข้าร่วมงานเพิ่ม แต่ไม่มีโอกาสด้วยข้อจำกัดในด้านสถานที่ ดังนั้น ในอนาคตจึงอาจกำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์รวมในการกิจกรรมภาพรวมในระดับประเทศ โดยอาจจะสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากถึง 20,000 คน ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง