ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์ จาก น.ส.จินตนาพร อายุ 38 ปี กล่าวว่า นายลี่ เป็นลูกชายได้ออกจากบ้านไปหาแฟนสาว ในตัวจังหวัดอุทัยธานี โดยไปกับเพื่อนอีก 2 คน ชื่อ นายปลา และนายอ้น โดยไปเจอแฟนสาว ที่ หมู่ 4 ต.น้ำซึม อ.เมืองอุทัยธานี หลังจากเจอกันกับแฟนสาวแล้ว พร้อมกับเพื่อนของแฟนอีก 3 คน รวม ทั้งหมด 6 คน ก็นั่งคุยทีบ้านของแฟน หลังจากนั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นได้ทักแชทมาที่โทรศัพท์ของ น.ส.จันทร์เจ้า ทราบชื่อนายแจ๊คกี ทักมาว่า อยากเจอ ให้ออกมาคุยกัน หลังจากนั้น ได้ออกจากบ้านไปกับเพื่อน 2 คน ไปที่หน้าบ้าน แต่นายแจ๊คกี่ไม่มา ก็กลับเข้ามาบ้าน

หลังจากนั้นนายแจ๊กกี่ ได้โทรเข้ามาที่โทรศัพท์ของ ของ น.ส.จันทรเจ้า อีก แล้วต่อว่าแฟนคือนายลี่ ว่า มันเก๋ง เหรอ อยากขอเจอกับนายลี่ หน่อย หลังจากนั้น น.ส.จันทรเจ้า ก็ได้บอกกับแฟนคือ นายลี่ แฟนหนุ่ม จนนายลี่ ได้ยิน และได้พูดกับนาย แจ๊กกี่ ว่าเดี่ยวตนเองออกไปพูดคุยด้วย ให้เรื่องมันจบ เพื่อต้องการไม่ให้มีเรื่องต่อหลังจากนั้นก็นัดเจอกันที่หน้าบ้านเพื่อน ตนเองออกไปเจอ เห็นนายแจ๊คกี่พร้อม เพื่อน ๆ ได้มาเบิ่นรถ จยย. ที่ปากซอย และตะโกนท่าท้าย ต่อว่า นายลี่ ให้ออกมาที่ปากซอย หลังจากนั้น นส.จันทรเจ้า เห็นว่าพวกของนายแจ๊กกี่มาเป็นจำนวนหลายคน จึงได้โทรศัพท์ บอกให้นายแจ๊คกี่ เข้ามาในซอย 2 คนได้ไหม หลังจากนายแจ๊คกี่ ได้เข้าพร้อมเพื่อน โดยมี นายบังน๊อต นายโต้ง นายบอส นายเก็ต นายเก้าแต้ม นายโอ้ด นายทัศน์ นายอัม นายต้น และอีกหลายคน

หลังจากนั้น นายแจ๊คกี่ และพวก มีการท้าชกต่อยกัน โดยนายลี่ นั้นไม่ยินยอมที่จะชก ต่อย ด้วย เนื่องจากพวกของแจ๊คกี่ มีจำนวนมาก แต่ด้วยความกลัวจะกลับบ้านทีเขาปฐวีไม่ได้ กลัวพวกของนายแจ๊คกี่ จะไปดักกลางทาง ก็เลยยอมชกต๋อย กับนายแจ๊คกี่ โดยมีขอตกกันว่าห้ามรุม และใช้อาวุธ และล้มแล้วห้ามซ้ำ กัน ในระหว่างที่ชกต่อย นายแจ๋กกี่ ได้เวียงนายลี จนล้มลง และต๋อยซ้ำไปหลายครั้ง หลังจากนั้นนายลี้ ได้ลุกขึ้นมา และชกต่อยต่อ จนนายแจ๊คกี่หงายท้องล้มลงไป นายลีได้ซ้ำคืนไป 1 ที่ จน เพื่อนๆ ของนายแจ๊คกี่ ทียืนดู ได้วิ่งเข้ามารุมชกต่อย และใช้อาวุธตี กับนายลี่ จนสลบหลังจากนั้น น.ส.จันทร์เจ้า แฟนสาว พร้อมเพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี ได้ตะโกนให้ชาวบ้านในระแวกนั้น ให้ช่วยแจ้งตำรวจเข้ามาช่วยแฟนหนุ่ม ทีอยูในอาการนอนสลบ เลือดนอง โดยถูกอาวุธทอนเหล็ก กระหน่ำตีที่ ศีรษะ ทีก้านคอ จนสลบ หลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้ามาในที่เกิด และได้ประสานไปยังกู้ภัยมารับตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพบาบาลอุทัยธานี เข้าได้ ไอ ซี ยู

หลังจาก น.ส.จันทร์เจ้า ได้โทรบอกกับแม่แฟน ให้ทราบเรื่อง และได้เข้าแจ้งความไว้กับ พนักสอบสวน สภ เมืองอุทัยธานี ตั้ง วันที 18 ธ.ค.67 แต่ทุกวันนี้ ผลคดียังไม่คืบหน้า จึงต้องมาร้องนักข่าว พร้อมมอบคลิปตอนที่เกิดเหตุให้ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนัดมาทั้ง 2 ฝ่ายโดยฝ่ายผู้กระทำมาทั้งหมด 10 คน โดยมีการตกลงค่าเยี่ยวยาให้กับลูกชาย โดยครั้งแรก ตนเองเรียกไป 1 แสนบาท โดยให้คุยกับฝ่ายก่อเหตุ ฝ่ายก่อเหตุขอนัดเดือนกุมภาพันธ์ 68 ขอเวลาหาเงินก่อน โดยจะปิดคดีให้ จนถึง วันที 28 ก.พ.68 ตนเองก็ไปตามนัด พอเจอผู้ปกครองฝ่ายก่อเหตุ ก็ปฏิเสธอีก อ้างว่าหาเงินไม่ได้ หลังจากนั้นทางผู้ปกครองฝ่ายก่อเหตุได้พูดว่า ขอเป็นเงินให้ 25,000 บาท หลังจากนั้นตนเอง ก็ถามว่าจะให้เงินวันไหน ทางฝ่ายผู้ปกครอง ผู้ก่อเหตุบอกว่า วันที่ 15 มี.ค.68 อีก พอถึงวันที 15 มี.ค.68 ตนเองก็โทรหาตำรวจเจ้าของคดีว่าคูก่อนี้ ว่าอย่างไร ทางเขาบอกว่ามี 15,000บาท จะเอาไหม ตนเองก็ตอบกลับไปว่าเราตกลงกันไว้ 25,000 ทำไม่ถึงเป็นแบบนี้ ทางเขาตอบว่าไม่มี หลังจากนั้นทางตำรวจก็ได้ช่วยไกล่เกลี่ย ให้จบตรง 15,000บาท ตนเองก็ตอบตกลง และนัดให้ไปรับเงินในวันที่ 15 เม.ย.68 ที่ผ่านมา ตนเองก็ไปตามนัด และเจอผู้ปกครอง 3 คน บอกว่าเงิน 15,000 ไม่มี มีแค่คนละ 2,000 บาท ตนเองก็ปฏิเสธไม่รับ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีฟ้องศาล เลย ละตนเองก็พูดทิ้งท้ายว่า ลูกหนูทำลูกพี่ หนูพร้อมทีเยี่ยวยา แต่ลูกพี่ทำลูกหนูพ่ก็พร้อมเยี่ยวยาเช่นกัน และตนเองก็แปลกใจว่าตนเองได้มอบคลิปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลูกชายตนเองรุมทำร้าย ให้ตำรวจแล้วให้ลบคลิปได้เลย ตนเองก็งงในคำพูด
ภาพ-ข่าว พชร พัสกุล สมาคมสื่อมวลชนอุทัยธานี