ที่นครนายกผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่ามีเจ้านกกระจอกแสนรู้และเชื่องชอบดูการ์ตูนทำตัวเหมือนเด็กไปไหนมาไหนได้อย่างสบายไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรืออยู่ที่บ้านก็ไม่เคยไปไหน จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านกาแฟริมทางตั้งอยู่บริเวณบ้านเลขที่152 /123 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก แถวถนนเส้นบายพาสตรงข้ามกับ บขส.ใหม่ และได้พบกับสองสามีภรรยาพี่บอยกับพี่ไหมที่กำลังมีความสุขกับเจ้านกกระจอกแสนรู้ที่กำลังนั่งดูการ์ตูนและบินไปมาเกาะบนไหล่สลับไปสลับมาและพูดคุยหยอกล้อกันเหมือนลูก ซึ่งผิดกับนกกระจอกทั่วไปเพราะส่วนใหญ่เจ้านกกระจอกจะไม่ค่อยมีความเชื่องและแสนรู้ขนาดนี้


จากการสอบถามพี่บอยกับพี่ไหมเล่าว่าเก็บเจ้านกกระจอกตัวนี้ได้ตรงหน้าบ้านตั้งแต่มันยังมีขนไม่มากนักและตั้งชื่อมันว่าเจ้าดุ๊กดิ๊กเลี้ยงกันมาตั้งแต่ปี 61 จนถึงปัจจุบันก็ 7 ปีแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อว่าเจ้านกกระจอกตัวนี้จะมีอายุได้นานขนาดนี้เอาไปไหนมาไหนได้ไม่ต้องกลัวหลงแม้แต่ออกต่างจังหวัดก็สามารถไปได้พอเราเรียกว่าดุ๊กดิ๊กนกกระจอกมันก็จะบินมาเกาะที่ไหล่ กินอาหารง่ายชอบดูการ์ตูนกินเสร็จแล้วก็นอนทำตัวเหมือนเด็กเหมือนเขาไม่ใช่นก ก็เคยนะมีอยู่ครั้งนึงเจ้าดุ๊กดิ๊กไปเข้ากับฝูงนกกระจอกทั่วไปเราเองก็จำไม่ได้ว่าตัวไหนชื่อดุ๊กดิ๊กก็หายไปพักนึงก็ทำใจแล้วล่ะว่าเราต้องจากกันแต่สุดท้ายเขาบินกลับมาหน้าตานี้เยินมาเชียวคงจะโดนจิกจากครั้งนั้นก็ไม่เคยไปไหนอีกเลยซึ่งเราเลี้ยงเขาเราปล่อยแบบธรรมชาติไม่เคยขังกรงมีกล่องให้นอนมีการ์ตูนให้ดูชอบนอนบนกระดาษทิชชูเปรียบเสมือนเป็นเตียงอยู่ที่นอนของเขาก็แปลกดีนะอยู่กันมา 7 ปีไม่เคยให้โชคขนาดให้เขาหยิบตัวเลขติดกระดาษหรือกดเครื่องคิดเลขเขาไม่ทำแต่เราสองคนก็มีเงินเก็บมากขึ้นเพราะไม่เคยได้ออกไปไหนไม่เคยได้เที่ยวเหมือนเมื่อก่อนก็เลยมีเงินเก็บบางทีลูกสาวยังน้อยใจเลยบ่นว่าเพราะมีเธอฉันเลยกลายเป็นหมาหัวเน่าก็ถือว่าเป็นนกกระจอกที่สุดยอดเพราะไม่เคยเห็นเหมือนกันว่านกกระจอกจะเชื่อมได้เคยเห็นก็แต่นกเอี้ยงนกขุนทองแต่นี่มาเจอนกกระจอกที่เชื่องและแสนรู้ก็รู้สึกรักและก็จะเลี้ยงแบบนี้ไปจนกว่าเขาจะจากเราไปเอง
ภาพ-ข่าว อำพล เทียนงาม นครนายก