นายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เปิดเผยว่า ตามสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายพรเทพ เจริญสืบสกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ให้เข้มงวดกวดขัน การบุกรุกทำลายป่า การล่าสัตว์ป่า และการลักลอบเผาป่า โดย หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย สั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจป้องกันและปราบปรามที่ 2 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ออกลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงลาดตระเวนป้องกันและความคุมไฟป่า ในบริเวณท้องที่ป่าบ้านนาอ่อน ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนมาถึงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบชาย 3 คน กำลังถางป่า เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัว ชายทั้ง 3 คน เห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมเข้าทำการเจรจาไว้ได้ 1 คน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามขัดขืนและพยายามใช้มีดเข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายตอ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 30 ปี อาศัยอยู่บ้านกึ๊ดสามสิบ หมู่ที่ 6 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสอบสวนทราบว่าชายอีก  2 คน เป็นเพื่อน ชื่อนายบู กับ นายลี ออกมาจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านใหม่ในสอย หมู่ที่ 4 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มาอาศัยอยู่บ้านกึ๊ดสามสิบ หมู่ที่ 6 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่นี้ชายทั้ง 2 คนที่หลบหนีไปได้เป็นคนรับการว่าจ้างจากเจ้าของแปลงให้มาทำการถางหญ้าเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งสามารถชี้ตัวชายทั้งสองคน และสามารถพาไปที่พักอาศัยของชายทั้งสองคนที่หลบหนีได้ 

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ทำการตรวจสอบพื้นที่รอบจุดเกิดเหตุพบเป็นพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน ๑ จุด พบอุปกรณ์การกระทำผิด 2 รายการ ประกอบด้วย  1. มีดพร้าพร้อมฝัก จำนวน 1 เล่ม  2. มีดขอ จำนวน 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันดำเนินทำการตรวจวัดพิกัดของพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เพื่อยึดถือครอบครองโดยพื้นที่ที่ถูกแผ้วถางยึดถือครอบครองได้พื้นที่  1 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศในหลายช่วงปีพบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อราษฎรที่แจ้งสิทธิการครอบครองที่ดินทำกินตามโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์พบว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการแจ้งสิทธิการครอบครองที่ดินทำกินตามโครงการแต่อย่างใด

คณะเจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้ว เห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา 54,72 ตรี ฐาน “ร่วมกัน ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”ตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา 53,96 “ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มาตรา 55(2),99 ฐาน “ร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม” “ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่แสนถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม) คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้จัดทำบันทึกตรวจยึดจับกุม ส่งตัวผู้กระทำผิด พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด 2 รายการ ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า

ภาพ-ข่าว วิรัตน์ แม่ฮ่องสอน