ที่ สภ.บางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี  นาง สุพัตรา  หรือยายสุข  จรดี อายุ 75 ปี อาชีพ แม่ค้าขายข้าวไข่เจียว เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ หลังจากเมื่อเวลา 13.00 น.ขณะขายข้าวไข่เจียวอยู่ที่ร้าน บริเวณอาคารบางใหญ่ซิตี้ ตึกB ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกชายไม่ทราบชื่อ 2 คน ขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อสีขาวไม่แผ่นป้ายทราบทะเบียน เข้ามาจอดที่หน้าร้านก่อนจะเดินเข้ามาทวงเงินที่หน้าร้าน และใช้โทรศัพท์มือถือตบเข้าที่หน้าอย่างแรง 1 ครั้งจนฟกช้ำ และกระชากเสื้อจนล้มลง พร้อมท้าให้ไปแจ้งความที่โรงพักและพยายามจะดึงตัวยายสุขขึ้นรถ แต่ยายสุขขัดขืนไม่ยอมขึ้นรถไปกับชายคนดังกล่าวเพราะกลัวว่าจะถูกพาไปทำร้ายที่อื่น ก่อนชายคนดังกล่าวจะพังข้าวของที่ร้านจนเละเทะ และถ่มน้ำลายใส่ พร้อมข่มขู่ว่าถ้าเปิดร้านอีกก็จะเข้ามาพังร้านอีก

นาง สุพัตราหรือยายสุข เล่าว่า ตนเคยไปกู้เงินนอกระบบมาจำนวน 5,000 บาท ส่งดอกลอย กับคนชื่อก้อง ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. 2566 โดยจ่ายค่าดอกเบี้ยอย่างเดียววันละ 100 บาทไม่รวมเงินต้น และได้ส่งดอกทุกวันมาตลอดหลายเดือน จนกระทั่งเมื่อช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค.ของปีที่แล้วไม่แน่ใจว่าเดือนไหนเพราะจำไม่ค่อยได้ เขามีโครงการประนอมหนี้ ตนจึงได้นัดกับทางเจ้าหนี้ไปที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้เขายกเลิกดอกเบี้ยให้ และจะขอจ่ายเงินต้นเพราะที่ผ่านมาตนก็จ่ายดอกทุกวันรวมๆแล้วก็เกือบ 20,000 บาท แต่ทางเจ้าหนี้ไม่ยอมมาตกลงกัน และไม่ได้เข้ามาเก็บเงินตั้งแต่นั้นมา ตนจึงไม่ได้ส่งดอกตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา จนมาเมื่อช่วงบ่ายโมงวันนี้ ก็มีผู้ชาย2คนขับรถกระบะสีขาวมาจอดที่หน้าร้านและเดินเข้ามาถามว่าต้องการเงินไหม แต่เขามองหน้าตนและบอกว่าหน้าคุ้นๆ เลยโทรหาใครก็ไม่รู้ให้ช่วยเช็ค แล้วเขาก็บอกว่าตนเคยกู้เงินจากเขาไปแล้วรอบนึง และบอกว่าตัวเขาเป็นเจ้าของเงินที่ตนไปกู้มา แล้วเขาก็เดินเข้ามาในร้านค้นกระเป๋า เอามือล้วงเข้าไปในเอี้ยมหาเงิน ตนก็บอกแล้วว่าไม่มีๆ เขาก็ไม่ยอมหยุด แล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือตบเข้ามาที่หน้าตน1ครั้ง และกระชากเสื้อบอกว่าไปเจอกันที่โรงพัก และพยายามจะลากไปขึ้นรถแต่ตนกลัวจึงบอกไปว่าเดียวไปเอง เพราะไม่รู้ว่าเขาจะพาไปโรงพักจริงรึเปล่าหรือจะพาไปที่อื่นก็ไม่รู้ ซ้ำยังเดินไปหน้าร้านทำลายข้าวของและถุยน้ำลายใส่ข้าวที่วางขายอยู่หน้าร้านซึ่งตอนนั้นก็มีลูกค้านั่งกินข้าวอยู่ และยังข่มขู่อีกว่าถ้าไม่ได้เงินวันไหนเปิดร้านก็จะเข้ามาพังร้านอีก

ทุกวันนี้ตนต้องหาเงินเลี้ยงลูกชาย อายุ 50 ปี ที่ พิการขาขวาขาดเพียงลำพัง บางวันขายของได้ไม่ดี ก็ยอมรับว่ามีไปกู้เงินเจ้าอื่นๆอีกหลายเจ้า แต่เจ้าหนี้คนอื่นเขาเข้าใจ ให้ส่งวันละ 20-50 บาท วันไหนเราไม่มีเราก็บอกเขา เขาก็เข้าใจไม่เคยมาหาเรื่องหรือมาทำลายข้าวของแบบนี้ ทุกวันนี้รายจ่ายหลายทางทั้งค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าร้าน แต่ตนก็ไม่เคยคิดหนี้แต่อย่างใดก็พยายามหาเงินมาใช้หนี้ให้ครบทุกคน แต่ถ้าเขาอยากได้ชีวิตตนก็ยินดียกให้เพราะตนก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

ทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ อยู่ๆก็มีรถกระบะมาจอดหน้าร้านแล้วก็มีผู้ชาย2คนเดินลงมา แล้วก็เข้ามาหายายที่ร้านแล้วก็ด่าๆ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเขามีเรื่องอะไรกัน ตนก็ไม่ทันได้มองหน้าผู้ชายทั้ง2คน ก็ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรกันแต่จริงๆแล้วก็ไม่ควรเข้ามาด่าแกแบบนี้ เพราะยายแกอายุเยอะแล้วแล้วก็อยู่คนเดียว ตนไม่เห็นตอนเขาใช้โทรศัพท์ตบหน้า แต่เห็นตอนที่เขาปัดข้าวที่วางขายหน้าร้านทิ้งแล้วก็ถุยน้ำลายใส่หน้าร้าน ก็ตกใจนะที่อยู่ๆมาทำกันแบบนี้ ส่วนตัวแล้วไม่ได้กลัวอะไรแค่สงสารยายมากกว่า.

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี