นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สั่ง”สนธิกำลัง” เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการป่าไม้ ที่ 3 สาขาแพร่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแพร่ โดย พ.ต.ท.สีหราช สุคันธมาลา สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 (แพร่)กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.323  เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จังหวัดแพร่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.2 (แม่สอง) ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้แพร่ 2 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 สายตรวจสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ,ตำรวจสภ.สอง เจ้าหน้าที่ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตแพร่

หลังได้รับจากสายข่าวแจ้งว่า มีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้าไปทำไม้บริเวณห้วยวะสวนป่าแม่แฮด-แม่สอง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอง และจะมีการใช้รถยนต์ขนย้ายไม้ออกจากป่า ขอให้คณะเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบด้วยภายหลังรับแจ้งคณะเจ้าหน้าที่จึงได้สนธิ กำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อเดินทางไปถึงยังจุดเกิดเหตุภายใน ป่าห้วยวะสวนป่าแม่แฮด-แม่สอง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอง พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีส้มขาว หมายเลขทะเบียน 71 2293 เชียงใหม่ ด้านท้ายกระบะบรรทุกไม้ท่อน ตรวจสอบพบว่าเป็นไม้ประดู่ท่อน จำนวน 13 ท่อน ทราบชื่อคนขับภายหลังคือ นายธีรสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) นอกจากนั้นพบรถบรรทุกหกล้อติดเครนสีส้ม หมายเลขทะเบียน 70 3834 พะเยา ด้านท้ายกระบะบรรทุกไม้ท่อน ตรวจสอบพบว่าไม้ประดู่ท่อน จำนวน 5 ท่อน ทราบชื่อชายคนขับภายหลังคือ นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) และควบคุมตัวนายประกาศิต (สงวนนามสกุล)ผู้ประสานงานซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

นายธีรสิทธิ์ ให้การว่าตนไม่ทราบถึงเอกสารการทำไม้ว่ามีหรือไม่อย่างไร ตนเป็นเพียงผู้รับจ้างในการขนย้ายไม้ ซึ่งรถของตนเป็นรถรับจ้างทั่วไป โดยตนจะรับงานผ่านทางกลุ่มไลน์ของกลุ่มรถบรรทุก ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนได้นำน้ำส้มจากสมุทรสาครมาส่งที่อุตรดิตถ์และรอวิ่งงานต่อ ขณะเดียวกันได้มีงานติดต่อผ่านกลุ่มไลน์รถบรรทุกให้มาขึ้นไม้เรือนเก่าที่จังหวัดแพร่ ตนจึงได้รับงานเนื่องจากตนอยู่ใกล้กับพื้นที่ ต่อมามีนายประกาศิต ได้โทรมาหาตนและให้ตนนำรถมารอที่อำเภอสองจังหวัดแพร่ เพื่อรอขึ้นไม้ โดยตนได้ขับรถมาที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ มาจอดรองานที่หน้าโรงเรียนบ้านป่าแดง จากนั้นมีนายประกาศิต ได้ขี่รถจักรยานยนต์มารับตน และนำไปยังจุดที่ขึ้นไม้โดยนายประกาศิตได้ขี่รถจักรยายนต์นำตนเข้าไปยังพื้นที่ป่าเพื่อทำการขึ้นไม้จนมาถูกคณะเจ้าหน้าที่จับกุม โดยตนได้ตกลงค่าจ้างในการขนย้ายไม้ครั้งนี้กับนายประกาศิต เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท โดยค่าจ้างจะได้รับเมื่อทำการขนย้ายไม้เสร็จ

นายประกาศิต ให้การว่า ตนไม่มีเอกสารการได้มาของไม้แต่อย่างใด ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุประมาณ 4 วัน ได้มีหญิงคนหนึ่งซึ่งตนไม่ทราบชื่อว่าเป็นใครได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อจะว่าจ้างให้ตนนำรถไปขึ้นไม้ให้ แต่รถของตนนำไปต่อเติมกระบะที่จังหวัดสุโขทัยไม่พร้อมที่จะรับงาน ตนจึงรับปากที่จะหารถมาทำการขนย้ายไม้ให้ ตนจึงได้ติดต่อนายธีรสิทธิ์ ให้มาทำการขนย้ายไม้ให้ โดยตนได้รับค่าจ้างจากหญิงเจ้าของโทรศัพท์ จำนวน 35,000 บาทโดยแบ่งให้กับเจ้าของรถ 20,000 บาทรถเครน 8,000 บาท ส่วนที่เหลือตนเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายขณะการดำเนินการ และต่อมาเย็นวันที่ 9พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 17.00 น. หญิงคนดังกล่าวได้โทรมาหาตนอีกครั้ง และแจ้งว่าประมาณ 2 ทุ่มให้มาเจอกันบริเวณทางเข้าป่า ตนจึงได้ไปรับรถบรรทุกสิบล้อที่หน้าโรงเรียนป่าแดง และพาเข้าไปยังเส้นทางก่อนเข้าป่า พอไปถึงเส้นทางเข้าป่าได้มีชายขี่รถจักรยานยนต์มารอรับตนที่บริเวณทางเข้าป่า และขี่รถนำตนและรถสิบล้อเข้าไปยังพื้นที่ขึ้นไม้

เบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนและทำการตรวจยึดรถบรรทุกทั้ง 2 คัน และไม้ประดู่ท่อน จำนวน 18 ท่อนและดำเนินการสอบปากคำและติดตามหาตัวผู้ว่าจ้างเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ-ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่