จากกรณีที่ นายศักดา  ยุรยาตร อายุ 37 ปี ชาวบ้านโพธิ์ลังกา ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ แรงงานไทยที่ไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน ได้เสียชีวิต เนื่องจากเกิดเหตุระเบิดที่โรงงาน เจวี๋ย เฟิง อะลูมิเนียม จำกัด  (Juei Feng Aluminium) ในเขตหูเน่ย นครเกาสง ทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน เมื่อช่วงเวลา 08.23 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 110/3 หมู่ 11 บ้านโพธิ์ลังกา ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางอำมะรา  ยุรยาตร  อายุ  62 ปี แม่ของแรงงานชาวไทยที่เสียชีวิตโดยบริเวณด้านหน้าบ้านได้มีการกางเต๊นท์จัดเก้าอี้ เพื่อเตรียมจัดพิธีศพรวมทั้งต้อนรับแขกญาติพี่น้องที่จะเดินทางมาร่วมพิธีศพของนายศักดา  บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก โดยแม่และพี่สาวของนายศักดา ต่างพากันเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกชายคนเดียวของบ้านไปอย่างกะทันหันแบบนี้ ซึ่งนางอำมะรา ได้ฝากถึงท่านเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยเหลือด้วยหากไม่นำศพกลับคืนมาให้ก็ขอให้นำเอากระดูกกลับมาให้ทำบุญที่บ้านเกิดด้วย ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น               

ที่บ้านเลขที่ 110/3 ซึ่งเป็นบ้านของนางอำมะรา  ยุรยาตร  อายุ  62 ปี แม่ของแรงงานชาวไทยที่เสียชีวิต ปรากฏว่า ได้มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาเยี่ยมให้กำลังใจกับครอบครัวของนายศักดา  ยุรมาตร ที่เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง   โดยนายแพทย์อธิบ ลีธีระประเสริฐ  ผอ.โรงพยาบาลกันทรารมย์ ได้นำนักจิตวิทยา มาให้การดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนายศักดา  เนื่องจากว่า ญาติพี่น้องกำลังอยู่ในช่วงเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก  ต่อมา  นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์  ผวจ.ศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้ นายชัยยงค์  เมธาสุรวิทย์  รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย น.ส.อรนุช จันทรชิต แรงงาน จ.ศรีสะเกษ  ตัวแทนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.ศรีสะเกษ สาธารณสุข อ.กันทรารมย์ คณะกรรมการเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นำเอาเงินสดจำนวนหนึ่ง สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้กับนางอำมะรา  ยุรยาตร  แม่ของนายศักดา และ น.ส.สุวคนธ์  เขียวอรุณ อายุ 32 ปี  ภรรยาของนายศักดา เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมทั้งได้ซักถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งนางอำมะราและลูกหลานทุกคนต่างมีอาการเศร้าโศกเสียใจมาก  โดยนายชัยยงค์ ได้แจ้งนางอำมะรา ให้ทราบถึงแนวทางการช่วยเหลือของทางราชการว่าจะให้การช่วยเหลืออย่างไรบ้าง 

นายชัยยงค์  เมธาสุรวิทย์  รอง ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนได้มาเยี่ยมครอบครัวผู้ประสบเหตุ ที่ไต้หวันเนื่องจากโรงงานได้เกิดอุบัติเหตุระเบิดทำให้คนงานที่เป็นแรงงานไทยเสียชีวิตและมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านโพธิ์ลังกาแห่งนี้ ซึ่งญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต เมื่อทราบข่าวก็อาจจะทำให้เสียกำลังใจตนพร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ทุกส่วน เหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านและ อสม.ก็ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจกับผู้ประสบเหตุ เพื่อให้มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไป เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข ส่วนการที่บรรดาญาติพี่น้องได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือว่า ขอให้ช่วยนำศพผู้เสียชีวิตหรือกระดูกของผู้เสียชีวิตกลับมาบำเพ็ญกุศลนั้น เรื่องนี้ก็จะต้องดูว่าความเหมาะสมในการเคลื่อนย้ายมานี้ว่าจะสะดวกหรือไม่เนื่องจากเท่าที่ทราบมาลักษณะการเสียชีวิตลักษณะนี้เที่ยวบินส่วนใหญ่จะไม่รับศพ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ทางบริษัทผู้ว่าจ้างที่ประเทศไต้หวันก็อาจจะทำการฌาปนกิจศพและให้ญาติที่สนิท 2 – 3 คน ไปดูร่างของผู้เสียชีวิตด้วยว่าใช่หรือไม่ เพื่อประกอบการฌาปนกิจศพและนำกระดูกกลับคืนมาสู่ภูมิลำเนาเดิมที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อทำบุญต่อไป น.ส.สุวคนธ์  เขียวอรุณ อายุ 32 ปี  ภรรยาของนายศักดา ที่เสียชีวิต  กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนรู้สึกเสียใจมากเนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องกะทันหันมากทำให้ตั้งตัวไม่ได้ ไม่คิดว่าสามีจะจากตนกับลูก  2 คนไปเร็วขนาดนี้เนื่องจากว่าเราได้โทรศัพท์คุยกันทุกวันเวลาเลิกงาน สามีจะโทรมาคุยกับตนและลูกทุกวัน ปีกว่าที่ทำงานอยู่ที่ไต้หวันไม่มีวันไหนที่สามีจะไม่เคยโทรมาหาลูกกับตนเลย คุยกับลูกทุกวันหากวันไหนลูกไม่อยู่จะถามหาลูกทุกวันเวลาวันเกิดหรือวันสำคัญอะไรก็จะมีของรางวัลให้กับลูกเสมอทุกครั้ง  การที่ไปทำงานอยู่ที่ไต้หวันเพื่ออนาคตของลูกทั้ง 2 คน การเกิดเหตุครั้งนี้ไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุเลย เพราะว่าตอนกลางคืนเรายังได้คุยกันอยู่เลย แล้วก็ไม่คิดว่าจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายที่ตนจะได้คุยสายกับสามีจากสามีของตน วันที่ได้ทราบข่าวคือวันเสาร์ที่ 24 มี.ค. ทางญาติโทรมาจากไต้หวันว่าสามีของตนได้เสียชีวิตแล้วตอนแรกตนไม่เชื่อ คิดว่าสามีไม่เป็นไร อาจจะได้รับบาดเจ็บ ธรรมดาหรืออาจจะยังมีชีวิตอยู่ แต่สุดท้ายผลตรวจออกมาก็ได้แจ้งว่าสามีของตนเสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะที่ตนทราบข่าวตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูกเลยตนกำลังทำงานอยู่จนทำอะไรไม่ได้เลย พอลูกได้ยินข่าวว่าพ่อเสียชีวิตแล้วลูกก็ร้องไห้ มีแต่ร้องเรียกหาแม่ให้แม่กลับมาหาอย่างเดียว

น.ส.สุวคนธ์  เขียวอรุณ อายุ 32 ปี  ภรรยาของนายศักดา กล่าวต่อไปว่า จากการที่ตนไปติดต่อกับทางบริษัทที่ส่งไปทำงานแล้ว เบื้องต้นทางบริษัทก็แจ้งเรื่องของเอกสารในการดำเนินเรื่องเอกสารต่างๆของลูกว่าจะต้องต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการดำเนินเรื่องส่งไปให้ทางกรมแรงงานและทางประเทศไต้หวัน ส่วนการติดต่อกับทางฝ่ายประเทศไต้หวันนั้นก็มีการติดต่อมาเป็นระยะโดยโทรติดต่อกันทาง LINE ซึ่งในเบื้องต้นตนพูดคุยกับทางบริษัทที่ส่งไปทำงานว่าจะเดินทางไปเผาศพและจะนำเอากระดูกกลับมา ซึ่งการคุยกันยังไม่มีข้อสรุปจะต้องนำเอาข้อตกลงตามที่พ่อแม่ญาติพี่น้องของทางฝ่ายสามีคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร น.ส.สุวคนธ์ พนมมือร่ำไห้กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังทำใจไม่ได้เพราะว่ามันเร็วเกินไป ความฝันที่เราคุยกันไว้เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยเราอยากมีบ้านให้ลูก มีรถให้ลูก ให้ลูกได้เรียนหนังสือจนจบสูงๆ เรายังไปไม่ถึงไหนเลย สามีก็มาจากตนกับลูกไปแล้ว ตนขอฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีหากเป็นไปได้โปรดช่วยนำศพของสามีตนกลับมาทำบุญที่เมืองไทยบ้านเกิดด้วย แต่ถ้าหากว่ามันไม่ได้หรือยังไงก็ขอให้นำแค่อัฐิกระดูกกลับมาให้ตนกับครอบครัวทำบุญให้นายศักดาสามีของตนที่บ้านเกิด อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษด้วย

ภาพ / ข่าว  ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าวประจำ  จ.ศรีสะเกษ