พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.ฉก.นราธิวาส . พ.อ.กำธร ศรีเกตุ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.อ.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล รอง เสธ.พล.ร.15 พ.ต.ท.ธีระโชติ ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดประสานงานไทยมาเลเซีย จำนวนกว่า 30 คน ได้ร่วมเดินทางไปร่วมงานละศีลอด หรือ เปิดปอซอ ที่มัสยิดมูกิมกวาโต๊ะเด๊ะ ซึ่งตั้งอยู่ อ.ปาเสมัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ตามคำเรียนเชิญของ พล.ต.ดาโต๊ะอัสฮาน บินฮัจจีมูฮัมหมัดออทมัน ผู้บัญชากองพลทหารราบที่ 2 กองทัพบกมาเลเซีย ที่ได้ร่วมกับนายฮาจิเจฟนี บินมูฮ้มหมัด ผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติรัฐกลันตัน พลจัตวาไสพลอะนัวร์ บินจาฟาร์ ผู้บัญชาการกองพลน้อยทหารราบที่ 6 กองทัพบกมาเลเซีย และ พ.อ.คามาล บินกาซิม หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย ได้ร่วมจัดขึ้น

เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ที่เราอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวมีสันติสุขและเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติและศาสนา ซึ่งงานในครั้งนี้เป็นการถือโอกาสให้ส่วนราชการแนวชายแดนทั้ง 2 ฟากฝั่ง ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวความคิดในความร่วมมือ ในชุมชนของทั้ง 2  ฟากฝั่งในเรื่องของการสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง การแลกเปลี่ยนข่าวสารโดยเฉพาะในเรื่องของการสกัดยาเสพติด ปัญหาบุคคลที่เป็นภัยของคนมั่นคง และการจัดงานในสถานที่ชุมชนแห่งนี้ถือว่าเป็นการสร้างจิตวิทยา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถือว่าเป็นพื้นที่สีแดง ที่ปัจจุบันทางการของประเทศมาเลเซียพยายามเคลียร์หรือเอกซเรย์พื้นที่เพื่อกลายสภาพเป็นพื้นที่สีขาว ที่มีกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศแฝงตัวกบดานอาศัยอำพรางตัวตน ในการหลบหลีกหรือหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารของประเทศมาเลเซีย

 ซึ่งการเดินทางมาร่วมงานละศีลอด หรือ เปิดปอซอของคณะ พล.ต.ไพศาล รองแม่ทัพภาค 4 / รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าในครั้งนี้ ตามคำเรียนเชิญของ พล.ต.ดาโต๊ะอัสฮาน บินฮัจจีมูฮัมหมัดออทมัน ผู้บัญชากองพลทหารราบที่ 2 กองทัพบกมาเลเซีย บรรยากาศราบรื่นไปด้วยดี โดย พล.ต.ไพศาล รอง แม่ทัพภาค 4 ได้ถือโอกาสร่วมโต๊ะในการเจรจาเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นตามบริเวณแนวชายแดนของทั้ง 2 ฟากฝั่ง ทั้งเรื่องของการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษี การแพร่ระบาดของยาเสพติด รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ซึ่งทางการมาเลเซียเข้าใจการทำงานของไทย แต่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากชายแดนของทั้ง 2 ประเทศมีระยะทางยาว เกินกว่าเจ้าหน้าที่จะสอดส่องดูแล ซึ่งในเรื่องการแก้ไขปัญหาทั้ง การลักลอบค้าสินค้าหนีภาษี การแพร่ระบาดของยาเสพติด รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ขณะนี้ทางรัฐบาลประเทศมาเลเซียได้เล็งเห็นความสำคัญ เตรียมที่จะก่อสร้างกำแพงหรือรั้วทึบ เป็นระยะทาง 99 ก.ม.โดยเริ่มต้นจากริมชายแดนตรงข้ามกับ อ.ตากใบ จรดสุไหงโก-ลกและแว้ง ซึ่งเป็นเขตบล็อบเวฟตี้โซน ที่ฝั่งไทยมีการสร้างรั้วความมั่นคงอิเล็กทรอนิกส์ ที่คาดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของทั้ง 2 ประเทศจะคลี่คลายไปได้ในที่สุด

ข่าวซาการียา/จ.นราธิวาส