พ.ต.อ.สมชาย แจ้งธรรมมา ผกก.สภ.บางศรีเมือง พ.ต.ท.เศรษฐหาญ เศรษฐภากรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง และ พ.ต.ท.พงศ์นเรศ ศิริเสถียร สว.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัวนายเจนภพ แหวนชุม อายุ 34 ปี (เสื้อสีเลือดหมู) ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ อาชีพช่างต่อเติมบ้าน และนายวัชรชัย ดลสมบูรณ์ อายุ 41 ปี (เสื้อสีดำ) ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ อาชีพช่างต่อเติมบ้าน พร้อมด้วยของกลาง 1.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-ขาว หมายเลขทะเบียน 2 ขภ 7388 กทม. 2.สายไฟฟ้า น้ำหนักประมาณ 1.90 กิโลกรัม โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่หมู่ที่ 4 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

พ.ต.ท.เศรษฐหาญ เศรษภากรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง กล่าวว่า ผู้เสียหายมีบ้านให้เช่าซึ่งไม่ได้มาดูแลตลอด มารู้อีกทีของในบ้านหายไปหลายอย่าง ทั้งสายไฟ เครื่องทำน้ำร้อน คอมเพรสเซอร์แอร์ คอยล์ร้อน หายไปแม้กระทั่งหลอดไฟบนฝ้า จากการสืบสวนพบว่าคนร้าย 2 คนนี้เป็นผู้ก่อเหตุและได้ของกลางที่บ้านของคนร้าย รวมถึงรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ จึงเข้าจับกุมและให้ทางผู้เสียหายมารับทราบพฤติกรรมว่าคนร้ายอาศัยช่องว่างในการก่อเหตุ คือไปดูบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัย ไม่มีคนดูแล และประกาศให้เช่า พอสบโอกาสก็นำของมีค่าเอาไปขาย อยากฝากเตือนเจ้าของบ้านเช่าต่างๆที่ปล่อยร้างไว้ โดยที่ไม่มีคนอยู่ ว่าต้องหมั่นไปดูและล็อคให้ดี หรือต้องมีคนช่วยดูแลไม่งั้นจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เท่าที่รับสารภาพ คนร้าย 2 คนก่อเหตุเวลากลางคืนโดยการงัดเข้าไปในบ้านและดึงสายไฟที่ร้อยท่อ แต่จำนวนของที่หายมีมากกว่านี้ เบื้องต้นยังไม่พบประวัติก่อคดีแต่จะขอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

นายกรกมล เชียงทอง อายุ 48 ปี  กล่าวว่า บ้านของตนจะเป็นลักษณะออฟฟิศ ก่อนหน้านี้มีผู้เช่าอยู่และย้ายออกไป ตนจึงประกาศให้เช่าต่อ เมื่อวานนี้มีคนโทรหาตนว่าสนใจจะเช่าและจะขอเข้าดูข้างใน ตนจึงบอกว่าจะเข้าไปเปิดให้แต่ผู้ที่จะมาเช่าบอกว่าประตูบ้านเปิดทิ้งไว้แล้ว ตนตกใจจึงรีบเข้ามาดู พอเข้าไปเห็นคอมเพรสเซอร์หายไป ส่วนกล้องวงจรปิดถูกรื้อแล้ววางกองไว้เหมือนกำลังจะมาขนต่อ รื้อหลอดไฟบนฝ้า สวิทช์ ปลั๊กไฟในบ้านเอาออกไปทั้งหมด เครื่องทำน้ำอุ่นที่อยู่ในห้องน้ำก็รื้อออกมาเหลือแต่ฝาไว้และเอาด้านในไป ข้าวของบริเวณที่อยู่ข้างในตามลิ้นชักก็ถูกค้นหมดเลยทั้งบ้าน รวมถึงชั้น 2 ของบ้านด้วย มูลค่าความเสียหายที่จะต้องซ่อมทั้งหมดน่าจะประมาณหลักแสน เพราะว่าฝ้าก็เป็นรู ถูกดึงสายไฟออกหมดเมื่อคืนวันที่ 24 มี.ค. เวลาประมาณ 18.30 น. ตนเดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.บางศรีเมือง พอวันนี้ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับตัวคนร้ายได้ ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง จับได้เร็วมาก อยากฝากทุกคนว่าใครมีบ้านให้เช่าต้องหมั่นมาดู ตนก็ชะล่าใจคิดว่าล็อคประตูหมดแล้วแต่คนร้ายยังสามารถเข้าไปได้ซึ่งไม่รู้ว่าเขาเข้าไปได้ยังไง ยังงงอยู่ว่าเข้าไปทางไหน ยังโชคดีที่พลเมืองดีได้ถ่ายคลิปตอนคนร้ายขโมยลักสายไฟไว้ได้ ก่อนหน้าที่จะมีคนติดต่อมาเช่าบ้านหลังนี้เพิ่งจะว่างแค่เพียง 1 เดือน ผู้เช่าเก่าย้ายออกไปตนก็เข้ามาตรวจบ้านเรียบร้อยและล็อคประตูไว้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าคนร้ายเข้าทางหลังคาบ้านหรือเปล่าเพราะประตูไม่ได้ถูกงัดด้านนอกแต่ถูกเปิดจากด้านใน ของบ้านเกลี้ยงหมดเลยแม้กระทั้งปลั๊กและสายไฟ ซึ่งด้านหลังมีกล้องวงจรปิดได้จับภาพคนร้ายกำลังปีนเสาไฟฟ้า น่าจะไปตัดสายเมนทำให้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้ ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจมากๆที่ช่วยไล่กล้องและตามจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ตอนแรกตนกับแฟนทำใจไว้แล้วคิดว่าตัวเองชะล่าใจจนเกินไป และคนร้ายก่อเหตุเวลากลางคืนซึ่งมืดมากและมองไม่เห็น แต่ตำรวจก็สามารถจับตัวได้อย่างรวดเร็ว

นายวัชรชัย และ นายเจนภพ  กล่าวว่า ของที่ตนลักทรัพย์มาขายได้ประมาณ 1-200 บาท นำเงินมาซื้อข้าวสาร ของกิน และแต่งรถจยย. ครั้งนี้ตนเพิ่งเคยก่อเหตุครั้งแรก เห็นสายไฟมันหย่อนอยู่เลยดึงออก ปกติตนเป็นช่างต่อเติมบ้าน หาเงินได้เดือนละประมาณ 15,000 บาทครั้งนี้ที่ก่อเหตุเนื่องจากผ่านไปเจอพอดี ส่วนเพื่อนก็ทำงานอยู่ด้วยกันเลยชวนกันไปก่อเหตุ ตอนนี้ยังมีงานต่อเติมค้างอยู่แถวราชพฤกษ์เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ปกติจะทำงาน ก่อ ฉาบ ปูกระเบื้อง ตนอยากขอโทษผู้เสียหายที่ก่อเหตุเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากเห็นสายไฟมันหย่อนอยู่คาดว่าคงมีคนไปดึงไว้ก่อนหน้านี้ ก็เลยช่วยกันดึงกับเพื่อน ซึ่งไม่คุ้มเลยกับสิ่งที่ทำไป หลังก่อเหตุแล้วก็ไม่ได้กลับไปที่นั่นอีก และไม่คิดว่าตำรวจจะจับตัวได้ไวขนาดนี้ ตนยอมรับว่าก่อเหตุจริงแต่แค่ดึงตามท่อรอบนอก ซึ่งข้าวของอย่างอื่นไม่มีอะไรแล้ว เหมือนมีคนเอาไปหมดแล้ว จนเหลือแค่สายไฟ เหลือแค่เศษๆที่คนมาขโมยก่อนหน้าเอาไปแล้ว มีของเล็กๆน้อยๆ ส่วนสิ่งของอื่นๆตนปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ไม่ได้แตะหรือยุ่งอะไร เสียใจที่ทำลงไป หากพ้นโทษออกมาแล้วยืนยันจะไม่ทำอีก

สอบสวนขยายผลและได้นำตัวนายเจนภพ แหวนชุม อายุ 34 ปี และนายวัชรชัย ดลสมบูรณ์ อายุ 41 ปี ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี