ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายพิชัย เลาห์เรณู อายุ 82 ปี อดีตเจ้าสั้วสร้างบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในจ.สระบุรี พร้อมนายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ทนายความชื่อดัง นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์แก้วเพร็ช ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังมีนักการเมืองใหญ่ระดับประเทศติดต่อขอซื้อที่ดินของตนจำนวน 52 ไร่ ในอ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งตนได้ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมตั้งแต่ปี 2534 แต่ตนไม่ยอมขายและตอบปฏิเสธไป หลังจากนั้นกับถูกเจ้าหน้าที่กรมที่ดินสั่งเพิกถอนสิทธิ์ครอบครองที่ดินอ้างว่ามีการออกโฉนดที่ดินผิดพลาดและที่ดินของตนอยู่ในเขตป่าถาวร ตนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเจ้าของที่ดินรายอื่นๆที่ติดกับที่ดินตนกับไม่โดนเพิกถอนสิทธิ์แต่อย่างใดมีตนเพียงคนเดียวที่โดน  จึงมั่นใจว่าถูกกลั่นแกล้งบีบให้ตนขายที่ให้ จึงเดินทางมาร้องเรียนให้ทางมูลนิธิช่วยเหลือ

นายพิชัย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนซื้อที่ดินดังกล่าวมาตั่งแต่ปี 2534 จำนวน 52 ไร่จากเจ้าของเดิมซึ่งมีการออกโฉนดอยู่ก่อนแล้วตั่งแต่ปี 2512 ซึ่งก่อนจะซื้อที่ดินดังกล่าวตนได้มีการทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานป่าไม้อำเภอหมวกเหล็ก ว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าที่ดินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือป่าไม้ถาวรแต่อย่างใด จึงจ่ายเงินซื้อที่ดินดังกล่าวไปจำนวน 55 ล้านบาท

กระทั่งปี2556 ตนได้เริ่มทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรขึ้นในที่ดินดังกล่าวโดยมีการขออนุญาตสำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรีตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังจากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างใช้เงินลงทุนไปเป็นจำนวนมาก จนมาปี 2557 ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาสั่งห้ามก่อสร้างอ้างว่ามีคนร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรี ว่าที่ของตนรุกล้ำเขตป่า พร้อมสั่งห้ามก่อสร้าง ตนจึงทำหนังสือสอบถามไปที่คณะกรรมการที่ดินจังหวัดสระบุรีเพื่อสอบถามเรื่องข้อพิพาทดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบอ้างว่า เจ้าหน้าที่มีการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวคลาดเคลื่อน ให้เพิกถอนสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวมีการออกโฉนดมาตั่งแต่ปี 2512 มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันมา 5 ครั้งแล้วก่อนมาถึงตน นอกจากนี้ที่ดินในจ.สระบุรี การจะออกโฉนดที่ดินได้ต้องผ่านคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย คือ เจ้าหน้าที่ปกครอง เจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องเห็นชอบถึงจะออกเป็นโฉนดที่ดินได้ ซึ่งโฉนดที่ดินของตนมีการลงนามออกโดยผวจ.สระบุรีและเจ้าหน้าที่ดินอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ตนยังมีภาพถ่ายทางอากาศของทหารยืนยัยว่าที่ดินดังกล่าวมีการทำกินมาก่อนหน้านี้ไม่ใช้พื้นที่ป่าแต่อย่างใด

โดยเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนนั้น น่าจะถูกกลั่นแกล้งจากนักการเมืองคนหนึ่งที่มีอิทธิพลระดับประเทศต้องการซื้อที่ของตนแต่ตนไม่ยอมขายให้ ทุกวันนี้ตนลำบากมากจากเคยเป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องมาเป็นหนี้สิน ขายบ้านขายรถขายทุกอย่างแถมเป็นหนี้นอกระบบ เพื่อเอาเงินไปชำระหนี้ค่าก่อสร้างบ้านจัดสรรที่กู้ยืมเงินมาลงทุนแต่ถูกระงับโครงการเอาไว้ ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วอยากขอให้ทางทนายช่วยเหลือตอนนี้เดือดร้อนมาก

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าว่ากรณีนี้เป็นเรื่องที่ดินที่เกิดปัญหาในลักษณะแบบนี้ในหลายๆจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ที่ดินอยู่ติดกันในพื้นที่เดียวกัน บางรายได้รับการจัดสรรโฉนดที่ดิน บางรายโดนเพิกถอนสิทธิ์ บางรายอยู่ระหว่างดำเนินการนานหลายปี เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ต้องเข้าไปตรวจสอบให้ชัดเจน ว่าเจ้าหน้าที่ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าใครผิดใครถูก อย่างกรณีนี้อ้างว่าเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินผิดพลาด แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีกับเจ้าที่เลย กลายเป็นเจ้าของที่ดินที่ซื้อต่อทาต้องมารับกรรมแทนมันไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะที่ดินของผู้เสียหายรายนี้มีมูลค่าที่ดินที่สูงมากๆ ทำให้ผู้มีอิทธิพลที่อยากได้ที่ดินไปหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาหรือไม่ ทางออกที่ดีที่สุดควรตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบเรื่องนี้และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย

ด้านทนายเจมส์ กล่าวว่ากรณีนี้มีความผิดปกติหลายอย่าง อย่างเช่นโฉนดที่ผู้เสียหายถือครองออกมาโดยชอบด้วยกฏหมายแล้วตั่งแต่เจ้าของเดิม กับถูกคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาที่หลังขีดเส้นแบ่งพื้นที่ป่าที่หลังขีดทับที่แล้วบอกกับเขาว่าคนครอบครองไม่มีสิทธิ์นั้น ตนมองว่ามันไม่ยุติธรรมกับเจ้าของที่ดินที่เขาซื้อมาอย่างถูกต้อง ที่เขาซื้อเพราะที่ดินมีโฉนด

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี