กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกแตงโมงเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจราชการ และพบปะพี่น้องเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกแตงโมเกาะสุกร เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อน “มีตรังฟาร์ม” และเกษตรกรสมาชิกธนาคารปลูกม้า ในพื้นที่ตำบลเกาะสุกร เพื่อรับฟัง และร่วมแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร ในพื้นที่ตำบลเกาะสุกร โดยเฉพาะการปลูกแตงโมเกาะสุกร แตงโมคันนาและแตงโมชายหาด จะมีผผลิตประมาณ 80 ตัน แต่ในช่วงของการปลูกแตงโมงในนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จเรียบร้อย ช่วงนี้เกษตรกรจะปลูกแตงโมในนากันเยอะ จะมีผลผลิตปะมาณ 400 ตัน ซึ่งจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากจะเป็นช่วงหน้าแล้ง และปัญหาล้นตลาดเนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเก็บพร้อมกันอีกด้วย แต่จุดเด่นของแตงโมเกาะสุกรเนื้อจะหวานกรอบไม่เหมือนแตงโมที่อื่น.

ด้านนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะกล่าวกับพี่น้องเกษตรว่า วันนี้มาที่เกาะสุกรเป็นครั้งแรกรู้สึกประทับใจหากไม่มีภารกิจจะอยู่ต่อนาน ๆ ไม่เห็นบรรยากาศทำเลต่างๆ จะโกรธทำนายไว้เลยว่าพี่น้องชาวเกาะสุกรจะอายุยืนถึง 120 ปีแน่นอน ส่วนประเด็นปัญหาการผลิตของพี่น้องเกษตรกรชาวเกาะสุกรที่ได้นำเสนอเรื่องน้ำ จะประสานให้หน่วยงานเข้ามาดูว่าปริมาณน้ำผิวดินมีอยู่เท่าไหร่ และปริมาณน้ำฝนหากเกิน 1,100 รับรองว่าน้ำพอแน่นอนหากเราบริหารจัดการได้ แต่ที่น้ำไม่พอเพราะส่วนใหญ่ฝนตกลงมาแล้วจะไหลลงทะเลทั้งหมด ไม่ได้มีการกักเก็บ ไม่ได้มีการบริหารจัดการน้ำมันก็ทำให้ไม่พอ จะให้หน่วยงานเข้ามาดูแลจัดการในเรื่องนี้ และจำเป็นจะต้องมีบ่อในหลาย ๆ จุดที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีนโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งทางรัฐบาลก็มีนโยบายให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องทำให้ได้ภายใน 4 ปีต้องเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรขึ้นเป็น 3 เท่าเป็นภารกิจร่วมกันที่ต้องช่วยกันทำ ที่จะต้องเพิ่มรายได้ เพราะวันนี้ปัญหาเรื่องของหนี้สินเป็นปัญหาส่วนมากของเกษตรกร เพราะรายได้กับรายจ่ายไม่สมดุลกัน จึงทำให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา และอีกส่วนหนึ่งการไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่ออำนวยความสะดวกไม่ได้กู้มาเพื่อการต่อยอด จึงทำให้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เมื่อมีปัญหาก็ต้องค่อยๆแก้กันไป ในส่วนด้านตลาดแตงโมเกาะสุกร ไม่เหมือนกับยางพาราเพราะผลผลิตจะออกพร้อมกันเหมือนกับข้าว ได้มีการชะลอการขายทำให้ ข้าวราคาตันละหมื่นกว่าบาท มาจากนโยบายชะลอการขายเพราะสินค้าที่ออกพร้อมกันไปขายในตลาดพร้อมกันราคาก็ตกแน่นอนแต่หากทยอยออกสามารถคอนโทรลการเก็บผลผลิตได้ตลาดก็จะเป็นของพี่น้องเกษตรกร และยังมองว่าเกาะสุกรจะไปได้ดีในด้านเรื่องของการท่องเที่ยวแต่จะต้องทำต้องเที่ยวแบบวิถีของเกาะสุกร อย่าไปทำการท่องเที่ยวแบบวิถีคนอื่นเขา ไม่ต้องไปสร้างโฮมสเตย์เป็นตึกแต่ให้สร้างโฮมสเตย์ที่ให้สื่อถึงความเป็นเกาะสุกร ความเป็นคนเกาะสุกร เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องการสัมผัสบรรยากาศวิถีแบบชาวบ้าน มาทำตัวแบบคนเกาะสุกรกินอาหารแบบเกาะสุกร ตรงนี้แหละที่เป็นจุดขาย ซึ่งหากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาพักเยอะแผนที่ให้เขาพักแค่ 1 วันจะต้องหากิจกรรมดึงไว้สัก 3 วัน โดยให้เขามาร่วมปลูกแตงโมกับเกษตรกรแต่ไม่ใช่ปลูกฟรีให้เขาซื้อปลูก ซึ่งหากท่านมีอยู่ 1 ไร่ให้แบ่งโซนออกมาสัก 1 งานอีก 3 งานไว้ปลูกเป็นจริงเป็นจังของตัวเอง และอีกหนึ่งงานปลูกสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวให้เขามาซื้อปลูกแล้วเขาจะอยู่กับเรานานขึ้น และตลาดวันนี้มันกว้างมากทั้งตลาดออนไลน์และจะทำยังไงให้เขากลับมาหรือหากเขาไม่กลับมาให้เขาส่งคนอื่นมาแทน เพราะเขามาซื้อปลูกแล้วอีก 52 วันจะเก็บเกี่ยวแตงโมได้เขาให้ลูกหลานเข้ามาเพื่อมาเก็บแตงโมแปลงที่เขาปลูกหรือไม่ก็เราเก็บเกี่ยวแล้วส่งให้เขาเป็นการสร้างมูลค่าให้กับแตงโมเกาะสุกรอีกทางหนึ่งด้วย.

จากนั้นนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มเมล่อน “มีตรังฟาร์ม” เพื่อชมการปลูกแบบโรงเรือนซึ่งสามารถควบคุมผลผลิตให้ออกตรงตามความต้องการได้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทางเกษตรกรนำไปปรับใช้ในการวางแผนปลูกแตงโมเกาะสุกรที่จะสามารถควบคุมให้ผลผลิตตามความต้องการได้ นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมธนาคารปูม้า ตำบลเกาะสุกร ดูวิธีการนำไข่นอกกระดองปูม้าแล้วนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติโดยในวันนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมปล่อยลูกพันธุ์ปูม้า จำนวน 30 ล้านตัว ลงสู่ทะเลหน้าบ้านเกาะสุกรซึ่งมีอัตรารอดประมาณ 5 % หรือ 1 ล้านตัวรอด 50,000 ตัว และร่วมรับประทานอาหารชิมเมนูยำแตงโมปลาย่าง และชิมแตงโมเกาะสุกรที่มีรสชาติหวานกรอบไม่เหมือนที่อื่น…

ภาพ-ข่าว  สุนิภา หนองตรุด จ.ตรัง