นางสาวฐานิดา  รณศิริ อายุ 51 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ หลังตนเองขับรถเก๋งยี่ห้อ Honda ทะเบียน 1ขย-4802 กรุงเทพมหานคร  มาจากท่าน้ำหอนาฬิกา ขณะวิ่งผ่านตลาดนกฮูกเลี้ยงเมืองนนท์ กำลังจะถึงแยกไฟแดงตลาดเสธหนั่น  ได้ถูกก้อนหินปริศนาลึกลับพุ่งใส่หน้ากระจกรถยนต์ จนแตกเป็นรูขนาดใหญ่ ก่อนที่ก้อนหิน จะไปตกอยู่ท้ายกระโปรงหลัง ตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากไม่รู้ว่ารอดชีวิตมาได้อย่างไร คิดว่าตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม ที่ห้อยอยู่หน้ารถ ซึ่งถูกก้อนหินพุ่งใส่จนเชือกขาดกระเด็น องค์พระขาดจากตัวสร้อย คงจะเป็น ปาฏิหาริย์ ที่หลวงปู่ท่าน คุ้มครองตนเองให้รอดจากอุบัติเหตุในครั้งนี้   

หลังเกิดเหตุตนได้มาสำรวจ ทรัพย์สินภายในรถซึ่งนอกจากกระจกหน้ารถจะแตกเป็นรูขนาดใหญ่แล้ว ยังพบว่า นอกจากองค์ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมที่สายห้อยพระขาดแล้ว ยังมีกล้องติดหน้ารถยนต์ถูกหินกระแทกจนแตกพังเสียหาย เมื่อตนพบก้อนหินดังกล่าวก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหินที่มีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น น้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัมหากโดนเข้าที่ใบหน้าหรือลำตัวตน ตอนนั้นคิดว่าคงไม่รอดแน่ๆ  

หลังแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง พ.ต.ต.ประชา ฮุงหวลวีรกุล สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ให้ชุดสืบสวน เปิดกล้องวงจรปิดและดูภาพจุดเกิดเหตุ รวมทั้งนำเมมโมรี่การ์ดในกล้อง ที่ติดอยู่หน้ารถของผู้เสียหายมาเปิดดู พบว่าระหว่างรถวิ่งก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีรถบรรทุกคาดว่าเป็นรถบรรทุกหิน ซึ่งขับบรรทุกของอยู่ด้านหน้ารถของผู้เสียหายคาดว่าคงจะทำหินที่บรรทุกอยู่ท้ายกระบะ หล่นใส่ถนนระหว่างขึ้นสะพานจนก้อนหินดังกล่าวกระเด็นมาใส่รถผู้เสียหาย ซึ่งภาพกล้องหน้ารถไม่สามารถบันทึกภาพขณะก้อนหินตกใส่กระจกรถได้เพราะถูกตัดออกไปเนื่องจากก้อนหินดังกล่าวได้พุ่งทะลุกระจกเข้าไปโดนกล้องหน้ารถแตกพังเสียหายเหลือเพียงเมมโมรี่การ์ดที่บันทึกภาพได้เท่านี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามคนขับรถบรรทุกหินรายนี้ มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี