ภายใต้สั่งการ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ,พ.ต.ท.วัสส์ธนภูมิ กุลจิตติชุติพร รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี,ว่าที่ พ.ต.ต.ธเนศพล ละอองทอง สว.ฯ ปฎิบัติราชการ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบบุคคลต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันเหตุและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นั้น

​สืบเนื่องมาจากก่อนการจับกุมในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สืบทราบข้อมูลมาว่ามีคนต่างชาติสัญชาติอินเดียได้สวมสิทธิ์การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ เพื่อใช้สิทธิ์ในการอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในราชอาณาจักร ตามมติ ครม.ที่ผ่อนผันให้คนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายได้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ดังกล่าว ต่อมาในขั้นตอนการเก็บอัตลักษณ์ลายพิมพ์นิ้วมือและเก็บภาพถ่ายใบหน้าของแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลสัญชาติอินเดียตามที่ได้สืบทราบมา จนกระทั่งวันนี้ 2 ก.พ. 2567 ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่จัดเก็บอัตลักษณ์ลายพิมพ์นิ้วมือ ได้มีนายเจ คา มา หรือ MR.JAY อายุ 36 ปี (า ได้นำเอกสารทะเบียนใบอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวตามมติ ครม.3 ต.ค. 2566 มาขอทำการเก็บอัตลักษณ์ลายพิมพ์นิ้วมือ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารแล้ว จึงให้คนต่างด้าวได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือบนเครื่องจัดเก็บ ปรากฏว่าระบบประมวลผลลายพิมพ์นิ้วมือของระบบไบโอเมตริก(BIOMETRIC) ได้แสดงขึ้นบนหน้าจอว่าลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าวมีการลงทะเบียนแล้วตรงกับข้อมูลของชื่อ MR.SANJAY สัญชาติอินเดีย ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง พบว่า MR.SANJAY ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกับนายเจ คา มา หรือ MR.JAY อายุ 36 ปี (สัญชาติเมียนมา โดยได้เปรียบเทียบภาพถ่ายในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและภาพใบหน้าปัจจุบันมาเปรียบเทียบ เมื่อตรวจสอบข้อมูลการอยู่ในราชอาณาจักรปรากฎว่า MR.SANJAY อายุ 40 ปี สัญชาติ เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2562 ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรกรณีมีความจำเป็นทางธุรกิจ ถึงวันที่ 6 ธ.ค. 2565

และไม่พบข้อมูลว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรกรณีใดๆอีก และเมื่อครบวันอนุญาตนายซานเจ ผู้ถูกจับไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใดและได้อยู่ในราชอาณาจักรเรื่อยมาจนถึงวันนี้ (2 ก.พ. 2567 ) ผู้ถูกจับจึงอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดจากวันที่ได้รับอนุญาตจำนวน 423 วัน สอบถามนายซานเจ ให้การว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกับ MR.JAY ซึ่งได้แสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานด้าวสัญชาติเมียนมาตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 กับกรมการจัดหางาน โดยมีการแจ้งชื่อ ข้อมูลบุคคลและสัญชาติ เพื่อหลบหลีกความผิดที่ตนเองวีซ่าหมดอายุ และเพื่อจะให้ได้รับสิทธิ์การทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรต่อไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้นายซานเจ ซิงห์ หรือ MR.SANJAY ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ในข้อหา“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”จำนวน 423 วัน  ผู้ถูกจับได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวนำส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.บ่อผุด จว.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป