ผู้สื่อข่าวได้การร้องทุกข์จากนางสาวจันทร์เพ็ญ อายุ 44 ปี ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ ร.ต.ท.หญิง นงคาญ อายุ 57 ปี ไว้เป็นหลักฐานที่สภ.บ้านไร่ กับร.ต.อ.ณัฐกิตติ์ นิธิฉัตรเจริญคุณ ร้อยเวรสอบสวน ว่าช่วงเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ได้ติดต่อกับทางไลน์กับร.ต.ท.หญิงคนดังกล่าว พร้อมกับพูดคุยผ่านทางไลน์ โดยการชักชวนให้ร่วมลงทุนเทรนทอง โดยทำการโอนเงินฝากแต่ละครั้ง เพื่อหวังผลกำไรกับคืนกลับมา ของแต่ละครั้งในการโอน

โดยมีข้อตกลงตามตาราง ของเทรดทอง ระบุเป็นราย 8 สัปดาห์ อย่างเช่นโอน 5,000 บาท ได้รับอาทิตย์ละ 1,200 บาท จนครบ 8 สัปดาห์ และโอน 10,000 บาท ได้รับอาทิตย์ 2,400 บาท ถึงขั้นโอนถึงหลักแสน จะได้รับอาทิตย์ละ 25,000 บาท หรือตามยอดโอนมากได้ตามลำดับ ระยะเวลารวมถึง 8 สัปดาห์ โดยทางเทรดทองจะมีการโอนเงินคืนทุกเย็นวันอาทิตย์ จนกระทั่งล่าสุดช่วงกลางเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา เริ่มลงทุนโอนเงินหนักถึงหลักแสน แต่เริ่มไม่ได้ตังมาเรื่อย จนถึงขั้นช่วงเดือนธันวาคม ทางร.ต.ท.หญิงได้ติดต่อไกล่เกลี่ยขอคืนเงินบางส่วนให้วันที่ 30 ธ.ค.66 แต่ไม่ทำตามสัญญา จนกระทั่งตัดสินใจเดินเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.บ้านไร่ ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำเอกสารการติดต่อกับทางร.ต.ท.หญิง และสลิปการโอนเงิน แต่ละครั้ง รวมสูญเสียเงินทั้งหมด สองล้านหกแสนสามหมื่นบาท ภายในระยะถึง 4 เดือน

ทั้งนี้ ทางนางสาวจันทร์เพ็ญ ได้ฝากถึง ร.ต.ท.หญิงคนดังกล่าว ว่าขอให้นำเงินมาคืนด้วย เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากถึงหลักล้าน ตนเองก็เดือดร้อน ต้องกู้หนี้ ยืมสิน มาใช้จ่ายเหมือนกัน วอนขอให้เห็นใจ เนื่องจากที่ตัดสินใจร่วมลงทุน เห็นว่าเป็นตำรวจ

ภาพ-ข่าว นายพชร พัสกุล จ.อุทัยธานี