สำหรับกรณีความคืบหน้าในส่วน คดีของทางด้าน เสี่ยแป้ง ซึ่งภายหลังที่มีการอัดคลิปและมีการพูดพาดพิงย้อนกลับไปในส่วนของคดีเก่าเกี่ยวกับการชิงตัวประกัน นายจรวด เมื่อช่วงปี 2562   ซึ่งในส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้มีชื่อของบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์รวมทั้งสิ้น 4 ราย  ประกอบด้วย พ่อนายจรวด หรือ สมชาย ทรงเดชะ  อัยการบอย หรือ นายพงศ์พิพัฒน์ เกิดเทพ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดจังหวัดสงขลา  ประธานติ่ง หรือ นายสมชาย นุ่นเกลี้ยง  จ่ามิตร หรือ จ.ส.อ.สมมิตร   และ ดาบติ๊ก หรือ ร.ต.ต. ธีรวุฒิ จันทร์แก้ว  ซึ่งจากคลิปดังกล่าวนั้น ทำให้ล่าสุดทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องและถูกพาดพิงในคลิปเข้าให้ข้อมูลและปากคำกับทางสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)  โดยเมื่อวานนี้ทางด้าน “นายจรวด หรือ นายสิทธิ์เดช ทรงเดชะ “ ได้เดินทางใาให้ปากคำแล้ว แต่ปฎิเสธที่จะให้ข้อมูล  เช่นเดียวกับวันนี้ที่

ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งการให้สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เดินทางมาสอบปากคำอดีตกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกนายเชาวลิต กล่าวพาดพิงในคลิป ต่อมา ภายหลังที่ทาง  ประธานติ่ง หรือ นายสมชาย นุ่นเกลี้ยง  ได้เดินทางมาถึงที่ที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อให้ปากคำทางสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)   เกี่ยว กับกรณีที่ถูกพาดพิง ภายในคลิปและเรื่องราวเกี่ยวกับทางด้าน “เสี่ยแป้ง” ซึ่งภายหลังที่ทางเจ้าตัวและออกจากห้องสอบทางประธานติ่งก็ได้มีการให้สัมภาษณ์กับทางทีมข่าว โดยสีหน้านิ่งเฉยและไม่ได้มีอาการเครียด ยืนยันว่าวันนี้เป็นการเข้ามาให้ข้อมูล ยืนยันว่าการเข้ามาให้ข้อมูลไม่ได้มีประเด็นอะไรมากมาย เป็นเรื่องที่หลายคนเองก็ทราบตามกระแสข่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบถามในหลากหลายประเด็น  แต่ประเด็นหลักจะอยู่ในเรื่องของสำนวนคดีในอดีต ซึ่งหลังจากนี้เองตอนนี้ตำรวจก็ไม่ได้มีการนัดหมายเข้ามาให้ทำหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติม ย้ำว่าไม่เครียดและไม่ได้รู้สึกกดดัน เพราะทุกอย่างตนเองก็พูดไปตามความจริง  ทุกอย่างอยู่ในสำนวน ยืนยันว่าในส่วนของประกันที่มีการชิงตัวผู้ต้องหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการสอบถาม  เช่นเดียวกับทางจ่ามิตร  และ ดาบติ๊ก ก็ไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด ทั้งนี้ทั้งเจ้าตัวได้ขึ้นรถและขับออกไปตามปกติ

ขณะที่ในส่วนของ ดาบติ๊ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มาให้ให้ข้อมูล ภายหลังให้ข้อมูล แล้วเสร็จ ทางเข้าตัวเองได้ใช้ช่องทางบริเวณด้านข้างของอาคารสำนักงานเดินลงไปโดยใช้ช่วงจังหวะที่ทางทีมข่าวชุลมุน หลังจากที่ทีมข่าวเห็นได้มีการวิ่งไล่ตามแต่ปรากฏว่าทางด้วยตัวเองกลับวิ่งหนีและหลบไปบริเวณด้านข้างของสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง โดยปรากฏว่าทางด้วยตัวเองค่อนข้างรู้สึกกังวลและหวาดกลัวกับทางทีมข่าว เช่นเดียวกับทางจ่ามิตร ทางเจ้าตัวเองก็ได้ใช้ช่องทางด้านข้างหลบสื่อโดยมีการเดินออกไปด้านข้าง ก่อนที่จะไปขึ้นรถกระบะส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณด้านหลัง โดยทางทีมข่าวไม่ทันได้เดินไปสัมภาษณ์แต่ทางเจ้าตัวกลับนั่งรถโดยที่คนขับรถรอรับอยู่และขับออกไปทันที ขณะที่ต่อมาเวลา ทางด้าน นายไสว รุยันต์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดพัทลุง  ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางด้านเสี่ยแป้งได้ไว้วางใจ และมีการส่งคลิปในส่วนของ EP 1และ EP 2 ที่พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับคดีความและการเรือนจำออกมา ซึ่งวันนี้ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเชิญตัวมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีเอกสารร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐรวมไปถึงประเด็นเกี่ยวกับที่มาที่ไปของคลิปดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้มีการเปิดใจก่อนขึ้นไปให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า สำหรับวันนี้การเดินทางมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นมีการประสานในฐานะพยานเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเอกสารเกี่ยวกับการร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเอกสารจากผู้ต้องขังรวมไปถึงเป็นเอกสารที่มีการรวบรวมรายชื่อ 300 กว่าคนเพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับนายตำรวจสายปราบปราม  รวมไปถึงในส่วนของเอกสารหลักฐานที่ทางเสี่ยแป้งได้มีการส่งมาให้ก่อนหน้านี้ 

ยืนยันว่าวันนี้ส่วนตัวไม่ได้มีความหนักใจในการเข้ามาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เพราะการได้มาซึ่งเอกสารหลักฐานส่วนตัวก็ตามหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน และสามารถอธิบายถึงการส่งข้อมูลหลักฐานมาให้  เมื่อถามว่าตอนนี้ด้วยขั้นตอนและหลักฐานกระบวนการหลายอย่างเดินหน้าไปแล้วบางส่วน ในฐานะที่เราเองเคยมีโอกาสได้พูดคุยและได้รับข้อมูลจากทางด้านเสี่ยแป้งมองว่าเขาเองยังคงมีความกังวล หรือยังไม่เชื่อมั่นว่าจะได้รับความยุติธรรมหรือไม่ ในส่วนนี้ตนเองทางเสี่ยแป้งยังคงมีความกังวล ในหลายอย่างรวมไปถึงในส่วนของครอบครัวเช่นกันเขาเองก็ยังหวาดกลัวและกังวล กับความปลอดภัยของเสี่ยแป้งหากมีการเข้ามอบตัวตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม เพราะวันนี้เองแม้ว่าทุกอย่างจะเดินหน้าไปแต่ในส่วนของหลักประกันว่าถ้าเขาเองออกมาสู้คดี และเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม จะมีสิ่งไหนที่สามารถการันตีความปลอดภัยของเขาได้   และถ้าเขาเองออกมามอบตัวจริง เขาคงอยากถามว่าความปลอดภัยในการที่เขาจะเข้ามอบตัวอยู่ในระดับไหน และหากเข้าไปอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของศาลและเข้าไปอยู่ในเรือนจำความปลอดภัยของเขาภายในนั้นจะเป็นเช่นไร ซึ่งวันนี้ตนตนเองมองในฐานะคนนอกก็ยังคิดว่าหน่วยงานยังไม่มีคำตอบชัดเจนให้กับเขา

ทางนี้ภายหลังที่ทางเสี่ยแป้งได้มีการส่งคลิปจำนวน 2 คลิปให้กับตน หลังจากนั้นทางด้านเสียแป้งเองก็ไม่ได้มีการติดต่อมาโดยตรงกับตนจะประสานส่วนไหนอย่างไรนั้นตนไม่ทราบ  แต่ตนเองได้ข้อมูลแค่เพียงคลิปตามที่เคยระบุติดต่อโดยตรงไม่มีการติดต่อหลังจากนั้น  แต่ช่วงหลังตนเองจะได้มีโอกาสพูดคุยกับทางญาติเป็นหลัก ซึ่งในมุมมองของตนหลังจากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับทางครอบครัวและมองในมุมของกระแสว่าหลังจากนี้ทางเสี่ยแป้งจะออกมามอบตัวตามที่กระแสข่าวบอกว่า 4-5 วันหลังจากที่มีการปล่อยคลิปล่าสุด ตนยังมองว่า เสียแป้งเองยังไม่คิดที่จะออกมามอบตัว เพราะอย่างที่บอกแม้ว่าเค้าเองจะออกมามอบตัวแต่ภายหลังเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมก็ยังไม่มีใครที่สามารถการันตีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ส่งนกระบวนการสอบสวน กระบวนการรื้อคดี ก็ยังไม่มีอะไร และจากการพูดคุยกับรองโฆษกสำนักงานอัยการฯเมื่อวานนี้ ก็ยังไม่มีหลักฐานใหม่อะไรที่จะมารื้อคดีที่เคยโดนฟ้องไปแล้วได้ ทำให้ ณ วันนี้ หากจะมีการบอกว่าจะรื้อคดีและดำเนินการตามข้อเรียกร้องตามที่แป้งบอก ก็ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม รู้ว่ากระบวนการทำงานเริ่ม แต่ยังไม่รู้ว่าแนวทางจะไปทางไหนมากกว่า

หลังจากคณะจเรตำรวจสอบปากคำนายไสว รุยันต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคนานกว่า 2ชั่วโมง  ก็ได้ลงออกมาพร้อมให้สัมภาษณ์ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบในครั้งนี้ โดยนายกล่าวว่าไม่มีความ เราทำหน้าที่ ฐานะผู้สื่อข่าว และนำเสนอข่าวสารที่แป้งส่งมา โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครเพื่อเป็นประโยชน์ของสาธารณะ โดยมีประเด็นที่มาของคริบ ทางฝ่ายจเร สอบถามว่าในคริบที่แป้งส่งมาเป็นตัวจริงตัวปลอม ยืนยันที่เป็นตัวจริง สามเหตุที่แป้งส่งมาที่นายไสว เพราะเหตุใด นั่นเป็นเพราะผู้สื่อข่าว ที่แป้งอาจจะถ่ายคริบแล้วส่งเพื่อให้สื่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในความไม่ยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนคริบ EP3 นั้นแป้งไม่ได้ส่งผ่าน นายไสว รุยันต์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างได้

ภาพ-ข่าว ไสว รุยันต์ ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง