ที่หน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต. หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นางสาว พันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และ นายชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายวิโรจน์ อรุณพันธุ์ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารปากช่อง นายทนงค์ศักดิ์ สินแสนสุข กำนันตำบลหมูสี ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับ ชมรมฮักเขาใหญ่ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ,สมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ , ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมภาคประชาชน กลุ่มนักเรียน นักศึกษาและเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมจากสถานศึกษา ต่างๆ กว่า 400  คน ผนึกกำลังตื่นตัวร่วมกันจัดขบวนเดินรณรงค์วันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 4 ธันวาคม ของทุกปี เพื่อให้เกิดการกระตุ้นในการคัดแยกขยะ ในเส้นทางท่องเที่ยว สร้างความตระหนักรู้ และสร้างจิตสำนึกแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งต้องการปกป้อง 3 ดินแดนมรดกโลก โคราช อย่างยั่งยืน

โดยกิจกรรมดังกล่าว มีการจัดวงดุริยางค์ จากโรงเรียนปากช่อง เดินนำขบวน มีการแต่งกายแฟนซีรณรงค์ รูปสัตว์ป่า อาทิ ช้าง กระทิง กวาง เสือ นกเงือก กระต่าย รวมไปถึงป้ายข้อความรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยก่อนการเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์ นางสาว พันชนะ วัฒนเสถียร และผู้รวมงาน ได้อ่านแถลงการณ์ ธรรมนูญข้อห่วงใย 5 ข้อ ต่อการจัด Event ขนาดใหญ่ในพื้นที่สีเขียวอย่างไร ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดแวดล้อม สัตว์ป่า รวมไปถึงสังคมและชุมชนโดยรอบ เพื่อต้องการสื่อสารให้หน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน ให้ความสำคัญ ในเรื่องดังกล่าว

เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมา ได้รับการรับรองจากองค์การ Unesco ให้เป็นเมือง 3  ดินแดนมรดกโลก สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ และเป็น Hi-light ของการรณรงค์ในครั้งนี้ คือการนำเครื่องบดอัดขยะ มาสาธิตให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ชมวิธีการ บีบอัดขยะ รวมถึงเครื่องบีบอัดใบไม้ทำภาชนะ โดยให้ตระหนักรู้ถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งตลอดการเดินรณรงค์ในครั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรม จากหน้าด่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไมตามถนนธนะรัชต์ ถึงโรงรียนปรางค์คล้า ระยะทาง 2 กม.

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ธันวาคมของทุกๆปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย อำเภอปากช่อง มีเป้าหมายในการพัฒนาอำเภอ และจังหวัดให้เป็นเมืองน่าอยู่ มุ่งสู่การเป็น “เมืองพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมปลอดมลพิษ” แต่ปัจจุบัน อำเภอปากช่อง ก็ยังคงประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับชุมชนอื่นทั่วไป จึงต้องขอแรงจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันผลักดันให้เกิด การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และถึงแม้จะมีแคมเปญเพื่อสร้างความตระหนักรู้และการรณรงค์เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมออกมามากมายเพียงใด แต่ดูเหมือนว่าวิกฤตินี้ ก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่เป็นจริงเป็นจังอย่างยั่งยืน จึงผนึกกําลังกับทุกภาคส่วนให้ความสําคัญในเรื่องนี้

ภาพ-ข่าว ปัญญา ปากช่อง