จากกรณีผู้เสียหายกำแพงภายในหมู่บ้านเติมรัก 5 อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พังถล่มลงมา ทำให้ด้านหลังบ้านที่ติดกับนาข้าวได้รับความเสียหายรวม 6 หลังคาเรือน เหตุเกิดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564 โดยเริ่มจากความเสียหาย 2 หลัง ลักษณะดินริมกำแพงทรุด ทำให้พื้นที่หลังบ้านสไลด์ลงไปในที่นาข้าว ก่อนหน้านั้นทางชาวบ้านได้แจ้งกับเจ้าของโครงการแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมทั้งแจ้งไปหน่วยงานราชการที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมให้มาตรวจสอบก็ไม่มีอะไรคืบหน้า กระทั่งมาเกิดเหตุซ้ำและสร้างความเดือดร้อนให้บ้านใกล้เคียงรวม 6 หลัง ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากเจ้าของโครงการ ต่อมาทางปลัดอำเภอไทรน้อยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ สรุปแนวทางได้ 2 ประเด็น คือ การก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองช่าง เข้าไปดูแบบอนุญาต การก่อสร้างว่าถูกต้องตามแบบที่ยื่นขออนุญาตไว้หรือไม่ เพราะบ้านสร้างประมาณ 10 ปี กำแพงไม่น่าพังเร็ว

ต่อมา นายเกียรติคุณ ต้นยาง ประธานชมรมทนายความจิตอาสา และส.ส.เขต 7 พรรคก้าวไกล ได้พาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบนำคลิปหลักฐานเป็นภาพรถแบ็กโฮที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจากโครงการหมู่บ้านว่าเกิดจากบุคคลที่อยู่บริเวณที่นาข้างหมู่บ้านขุดคลองตักดิน ทำให้ดินทรุดและรั้วกำแพงเสียหาย เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ไทรน้อย เพื่อหาผู้กระทำผิดในข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์

 พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วยนายชาญกฤช ทองใบ รองนายกอบต.ไทรน้อย นายวีรยุทธ ทองมาก (หัวหน้างานนิติกรรมที่ดิน) และนายเกียรติคุณ ต้นยาง ประธานชมรมทนายความจิตอาสา และส.ส.เขต 7 พรรคก้าวไกล ได้ลงพื้นที่ตรวจตรวจสอบความเสียหายรั้วกำแพงหมู่บ้านพังถล่มลงมาได้รับความเสียหายจำนวน 6 หลัง เพื่อหาแนวทางแก้ไข

น.ส.ภัทรพร พานิกรณ์ อายุ 36 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีใครมาติดต่อเยียวยา เดินเรื่องไปแล้วหยุดชะงัก ไม่มีใครประสานงานดำเนินการให้จบกระบวนการทำให้ลูกบ้านที่เดือดร้อนไม่รู้เลยว่าอนาคตจะได้รับการเยียวยา รับผิดชอบหรือไม่ เมื่อไหร่ อยากได้ความชัดเจน ทางโครงการไม่มีการติดต่อกลับมา พูดตามประสาชาวบ้านคืออยากได้ให้ไปฟ้อง จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เช่น สคบ.คือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง หลังจากที่เสียหายก็ต้องทนอยู่แบบนี้ เงินเดือนออกก็ต้องนำมาจ่ายค่าบ้านที่ตั้งใจจะซื้อ หากมีใจเป็นธรรมจริงช่วยมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น มาคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้แก้ไขไปข้างหน้า ไม่ต้องอยู่แบบนี้ หากคิดว่าถูกก็ออกมาพิสูจน์กัน อย่าปล่อยเงียบแบบนี้ ส่วนตนนั้นเป็นทั้งผู้เสียหายและนิติบุคคล ความจริงนิติบุคคลต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่ในสัญญาทางโครงการมีสัญญากับนิติว่าจะรับประกันรั้วกำแพง 7 ปี ยังไม่หมดประกัน พังครั้งนี้คือรอบที่ 6 แล้ว ครั้งที่ 1-4 มีเข้ามารับผิดชอบ แต่สองครั้งสุดท้ายไม่รับผิดชอบแสดงให้เห็นว่าเริ่มมากขึ้นทุกวัน หากไม่ไหวก็เผ่น ตอนนี้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือ ทางทนายโป้งที่อยู่มาตั้งแต่วันแรก หวังว่าวันนี้โอกาสที่ดี ที่ทุกท่านจะช่วยให้สำเร็จจริง ๆ เรื่องนี้ควรจบได้แล้ว 3 ปี มากเกินไป ขอให้ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ทนายโป้ง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว บ้าน 3 หลัง เกิดรั้วหลังบ้านพัง ต่อมามีเพิ่มอีก 3 หลัง รวมแล้วประมาณ 6 หลัง ตนได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่ยังเป็นทนายความจนกระทั่งตอนนี้เป็น ส.ส. เขตนี้ จึงเดินทางเข้ามาพร้อมกับรองนายกอบต.ไทรน้อย รวมถึงหัวหน้าที่ดินบางบัวทอง ทราบข่าวมาว่าได้มีการร้องเรียนไปยังสคบ.เกือบ 2 ปี วันนี้ทางสคบ.ได้ลงพื้นที่เพื่อยุติเรื่องนี้แล้ว โดยมี 2 ช่องทางดังนี้ คือหากสามารถเจรจาได้ อาจเรียกเจ้าของโครงการเข้ามาพูดคุย อาจจะให้เงินมาซ่อมแซมเองหรือทางโครงการสร้างรั้วกำแพงให้ใหม่ หรืออีกช่องทางหากไม่สามารถเจรจากันได้ทางสคบ.จะต้องแจ้งความดำเนินคดีในฐานะคดีคุ้มครองผู้บริโภค ตนไม่ทราบถึงสาเหตุในการดำเนินการของทางหน่วยงาน เพราะชาวบ้านได้มีการไปร้องเรียนตั้งแต่สคบ.จังหวัดนนทบุรี จนถึงส่วนกลาง ล่าสุดเห็นว่ามีการไปร้องสำนักนายก และทางสำนักฯช่วยเร่งรัดให้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจึงได้มีการนัดหมายจะมาลงตรวจสอบพื้นที่ เพื่อให้ลูกบ้านรั้วกำแพงกลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่ว่าด้วยวิธีใด ผลหลังจากนี้ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน หากทางโครงการมีช่างอยู่แล้วจะสามารถซ่อมแซมได้เลย หรือหากไม่ได้คงต้องไปต่อสู้กันในศาล ส่วนตัวคิดว่าเรื่องถึงขนาดนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ภายในหน่วยงานพร้อมยังส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาลงพื้นที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางลูกบ้านจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนท้องถิ่นได้มีการดูแลกันมาตลอดอยู่แล้ว กรมที่ดินบางบัวทองดูในส่วนของข้อกฎหมาย พรบ.จัดสรร ใบอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตก่อสร้างหมู่บ้านนี้ ทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันคงจะยุติเรื่องนี้ได้

พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบ ทางกายภาพเห็นได้ชัดเจนว่ามีการทรุดตัวจริง ตอนนี้เป็นหน้าที่ของสคบ.และได้ทำการรับเรื่องไว้แล้ว จะเร่งดำเนินการให้ เพราะทราบว่ามีผู้เสียหายหลายราย ทางรัฐมนตรีสคบ.ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนลักษณะเป็นกลุ่ม ในส่วนของทางสคบ.ต้องประสานกับหน่วยงานราชการในท้องถิ่น อบต.ไทรน้อย เพื่อตรวจสอบใบขออนุญาตก่อสร้าง โครงสร้าง รูปแบบแผนรวมถึงการส่งมอบของโครงการว่ามีการส่งมอบอย่างไร เพื่อนำไปพิสูจน์กันอีกครั้ง ทางสคบ.จะทำการรับช่วงสิทธิ์ไปดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งให้ หากมีการยอมรับว่าผิดจริงจะดำเนินการในส่วนของค่าเสียหายให้ การฟ้องจะฟ้องในลักษณะของภาพรวม หากมีผู้เสียหายรายอื่นมาฟ้องร้องภายหลังจะได้สิทธิ์ตรงนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับโทษทางอาญาต้องดูในส่วนของโฆษณาจากบริษัทว่าได้มีการจัดทำ รวมถึงการโฆษณาขายเป็นอย่างไร แต่ประเด็นหลักตอนนี้คือกำแพงรั้ว เพราะไม่รู้ว่ามีการโฆษณาหรือไม่

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี