จากกรณีที่เมื่อเดือน พ.ย 2558 คสช และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)  เข้าตรวจค้นสถานีวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียม ตั้งอยู่เลขที่ 45/410-411 ซอยบอนด์สตรีท ถนนติวานนท์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.เลขที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ ประกอบรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 ภายหลังตรวจสอบพบว่า มีการออกอากาศรายการทีวีรายการหนึ่ง คือรายการ “เสียงเสรี” ของ อดีตผบ.ตร. ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานี โดย  มี นางพรทิพา สุพัฒนุกูล  เป็นเจ้าของสถานีวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียม “ ฟ้าให้ทีวี (Fahai TV)” และสำนวนคดีส่งให้กองปราบปรามดำเนินคดีส่งฟ้องศาลไปแล้วนั้น

โดยวันนี้ 6 พ.ย.2566 ศาลมีคำสั่ง นัดสืบพยานฝ่ายจำเลย คือ นางสาวพรทิพา  สุพัฒนุกูล  เจ้าของสถานีช่องดังกล่าวให้ปากคำ คือ นายมานพ โตการค้า เจ้าของสัญญาณ เดินทางมาเป็นพยานปากสุดท้าย ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี  ผอ.ฟ้า กล่าวว่า วันนี้ที่ตนมาก็ให้ทางคุณมานพ ที่เป็นเจ้าของโครงข่าย IPM มาให้การต่อศาล ตนก็ขอขอบคุณน้องๆสื่อที่นั่งคอยติดตาม ข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งข่าวนี้ดังมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ใช้ มาตรา 44 ในยุคของ คสช. หรือยุคของทหารปฏิวัติในช่วงนั้น

ด้านนาย.กิตติศักดิ์ สงวนวงษ์ทนาย กล่าวว่า วันนี้ก็เป็นนัดสืบพยานวันสุดท้าย พยาน 1 ของบริษัทฟ้าคุ้ม เป็นพยานปากสุดท้าย คือคุณ มานพ โตการค้า  ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย IPM โดยสรุปว่าบริษัทฟ้าคุ้มเป็นผู้ร่วมผลิตรายการกับช่องลายไทย และได้ออกอากาศกับช่องลายไทย ซึ่งได้ยิงสัญญานไปที่บริษัท IPM แพตฟอร์ม โดยที่ไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไร ในเรื่องของทางเทคนิคเรื่องของการส่งสัญญาณภาพอะไรต่างๆ หรือรูปแบบรายการ ส่วนเนื้อหาในคดีก็ต้องรอฟังศาลอีกครั้งในวันที่ 22 มกราคม 2567

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี