เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13(นางรอง)ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานวังตะไคร้ ว่ามีนักท่องเที่ยวพบซากลูกช้างตายลอยติดอยู่ในลำธารภายในอุทยานวังตะไคร้ หมู่ 1 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ก่อนจะนำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานและเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(อบต.สาริกา)เข้าไปที่จุดเกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบลูกช้างวัยประมาณ 2-6 เดือน เพศผู้ ถูกพัดลอยมาติดโขดหินอยู่กลางลำธาร เจ้าหน้าที่อุทยานจึงลงไปนำร่างของลูกช้างขึ้นมา แล้วนำตัวใส่ท้ายรถปิคอัพแล้วนำเรื่องเรียนผู้บังคับบัญชา ก่อนจะนำร่างของลูกช้างวัย 2-6-เดือน ฝั่งไว้ด้านหลังของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13(นางรอง)

ทางด้านสัตวแพทย์หญิง ชนัญญา  กาญจนสาขา หรือหมอโบว์  สัตวแพทย์ประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจสอบสาเหตุการตายของลูกช้างคาดว่าลูกช้างตายไม่เกิน 24 ชม. เนื่องจากซากลูกช้างนั้นยังไม่มีการเน่าเปื่อยและได้มีเจ้าหน้าอุทยานวังตะไคร้ได้ให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงร้องของช้างหลายตัว ช่วงเวลาประมาณ 01.00-02.00 น.ของเมื่อคืน แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าร้องเนื่องจากอะไร จนมีนักท่องเที่ยวมาพบลูกช้างลอยติดอยู่ในลำธารจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ

   ทางด้านนายอุเทน แสวง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13(นางรอง)ได้เล่าว่าตนเองได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานวังตะไคร้ว่ามีลูกช้างตายก่อนจะนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบซึ่งคาดว่าลูกช้างอาจจะออกมาหาอาหารกิน แล้วได้พลัดตกน้ำเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้พื้นที่นั้นอาจจะลื่นและจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้กระแสน้ำค่อนข้างแรง จึงทำให้ลูกช้างที่อยู่ในโขลงอาจพลัดตกลงไปในคลองวังตะไคร้และอาจจะต้านกำลังน้ำไม่ไหวจึงทำให้ลูกช้างไหลลงมาตามลำธารก่อนนักท่องเที่ยวจะซากศพอยู่กลางลำธาร ก่อนจะนำร่างของลูกช้างมาฝั่งไว้ด้านหลังของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13(นางรอง)

ภาพ-ข่าว อำพล เทียนงาม นครนายก