จากกรณีที่เมื่อเดือน พ.ย 2558 อดีต คสช.และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)  เข้าตรวจค้นสถานีวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียม ตั้งอยู่เลขที่ 45/410-411 ซอยบอนด์สตรีท ถนนติวานนท์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.เลขที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ ประกอบรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 ภายหลังตรวจสอบพบว่า มีการออกอากาศรายการทีวีรายการหนึ่ง คือรายการ “เสียงเสรี” ของ อดีตผบ.ตร. ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานี โดย  มี นางพรทิพา สุพัฒนุกูล  เป็นเจ้าของสถานีวิทยุโทรทัศน์ดาวเทียม “ ฟ้าให้ทีวี (Fahai TV)” และสำนวนคดีส่งให้กองปราบปรามดำเนินคดีส่งฟ้องศาลไปแล้วนั้น

โดยวันนี้ 12 กันยายน 2566 ศาลมีคำสั่ง นัดสืบพยานฝ่ายจำเลย คือ นางสาวพรทิพา  สุพัฒนุกูล  เจ้าของสถานีช่องดังกล่าวขึ้นให้การที่ศาลจังหวัดนนทบุรี พร้อมพยาน    ผอ.ฟ้า กล่าวว่า วันนี้มาขึ้นศาลเป็นครั้งที่ 3 และพยานจำเลยที่มาก็เป็น ท่านเสนาะคือผู้ที่ถือใบอนุญาติทั้ง 4 ใบที่ผลิตรายการร่วม มาเป็นพยานว่าในการที่ผลิตรายการร่วม ลายเอียดเป็นอย่างไร ตัวผอ.ฟ้าเองไม่ใช่เจ้าของใบอนุญาติไม่สามารถออกตรงได้ เราจะต้องผลิตรายงานเพื่อส่งให้ลายไทย ซึ่งลายไทยก็คือคุณเสนาะ ซึ่งวันนี้ พ.ต.ท.เสนาะ ท่านก็มาเป็นพยานให้ว่า ผอ.ฟ้าทำถูกต้องตามกฏหมาย ตามใบอนุญาติและตามหลักฐานที่มีสามารถร่วมผลิตกันได้ ส่วนเรื่องอนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็บอกตามความจริงที่เกิดขึ้นมั่นใจในพยานหลักฐาน และเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ซึ่งในครั้งนั้น ม.44 ตนเองเป็นสถานีรายแรก และเป็นคดีเดียวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผอ.ฟ้ากล่าว นอกจากนี้จะมีพยานปากสำคัญซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายดาวเทียมก็จะมาเบิกความเรื่อง การเป็นเจ้าของโครงข่ายดาวเทียม ที่ทำสัญญาถูกต้องตามกฏหมาย ก็จะเดินทางมาให้ปากคำในวันที่ 6 พ.ย 2566 ต่อไป

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี